เชียงใหม่พบผู้ป่วยติดโควิด-19 สะสมรวม 12 ราย โดย 8 รายที่พบติดจากเซียนมวย ส่วนอีก 3 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

เชียงใหม่พบผู้ป่วยติดโควิด-19 สะสมรวม 12 ราย โดย 8 รายที่พบติดจากเซียนมวย ส่วนอีก 3 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

          เชียงใหม่พบผู้ป่วยติดโควิด-19 สะสมรวม 12 ราย โดย 8 รายที่พบติดจากเซียนมวย ส่วนอีก 3 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ทางคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดวอนชาวเชียงใหม่เว้นระยะห่างทางสังคม กักตัวอยู่บ้าน 14 วันเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เร็วขึ้น ด้านสรรพสามิตฯมอบแอลกอฮอลล์ให้ส่วนราชการไว้บริการประชาชน

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.63 ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ นายรัชพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พร้อมด้วย นายแพทย์จตุพร มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยรองผวจ.เชียงใหม่กล่าวว่า วันนี้มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบไทม์ไลน์ที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไป ตลอดจนข้อมูลของผู้เสี่ยงและผู้ติดเชื้อเพิ่ม รวมถึงสรรพสามิตภาค 5 ได้นำแอลกอฮอลล์มามอบให้กับทางจังหวัดเพื่อกระจายให้หน่วยราชการในพื้นที่สำหรับบริการประชาชนที่มาติดต่อราชการเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสด้วย

นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับจังหวัดเชียงใหม่วันนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันจำนวน 7 ราย โดยผู้ติดเชื้อที่ผลตรวจยืนยันจากส่วนกลางออกมาเมื่อเช้าวันนี้อีก 3 ราย และรอผลยืนยันอีก 2 ราย รวมผู้ป่วยติดเชื้อและต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่สะสม 12 ราย ซึ่งในจำนวนนี้รักษาหายและกลับบ้านแล้ว 1 รายเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนอีก 11 รายยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

“จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 418 ราย โดยการเฝ้าระวังผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงยอดสะสมจำนวน 404 ราย มีผู้ที่พ้นระยะเฝ้าดูอาการ 14 วันจำนวน 207 ราย และเฝ้าระวังหรือกักตัวที่บ้านอีก 168 ราย และอยู่ในสถานกักกันของจังหวัด 16 รายส่วนอีก 13 รายยังติดตามหาตัวอยู่ นอกจากนี้ทางคณะกรรมการควบคุมโรคได้สืบสวนและขอแก้ไขพื้นที่ที่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ติดเชื้อจากสนามมวยและเดินทางไปคือที่ร้านกู๊ดวิว สาขาสะพานนวรัฐจากเดิมที่ระบุว่าเป็นวันที่ 15 มี.ค.63 ขอแก้ไขเป็นวันที่ 12 มี.ค.63 ส่วนวันที่ 15 มี.ค.เป็นวันที่ผู้ป่วยสัมผัสเดินทางไป แต่จากผลการตรวจแล็ปของผู้ป่วยสัมผัสไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจนกว่าจะครบ 14 วัน” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวและชี้แจงอีกว่า

ในส่วนของรายนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น เป็นผู้ป่วยรายใหม่ที่อยู่ในกลุ่มได้รับเชื้อจากเซียนมวย เป็นนักศึกษาชายอายุ 18 ปี อาชีพโปรแกรมเมอร์และเรียนหลักสูตรออนไลน์ ซึ่งคณะกรรมการควบคุมโรคได้ติดตามผู้สัมผัสซึ่งแยกเป็น 2 กลุ่มคือ ครอบครัว ประกอบด้วย ภรรยา ลูกและพ่อ แม่ที่มาเยี่ยม กับกลุ่มอาจารย์ที่ปรึกษาในคณะที่เข้าไป รวมทั้งเพื่อนสนิทซึ่งมีอยู่ 7 คน

ทางด้านนายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีสถานที่ตรวจแล็ป 2 แห่งคือที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งอยู่ด้านหลังรพ.นครพิงค์และที่รพ.นครพิงค์  ซึ่งหากผู้ที่อยู่ในวงจรกลุ่มเสี่ยงต่ำหรือผู้ที่สัมผัส ที่ให้กักตัวเองที่บ้าน 14 วัน หากพบว่าตัวเองเริ่มมีอาการป่วยให้รีบติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที โดยจะมีกระบวนการคัดกรองและส่งต่อในการตรวจหาเชื้อต่อไป

“สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ที่รอผลแล็ปยืนยันจากส่วนกลางจำนวน 3 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง แยกเป็นชาย 1 คน หญิง 2 คน โดยมีอาการป่วยและตรวจพบเชื้อในแล็ปแรกของเชียงใหม่เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดเชียงใหม่กำลังติดตามไทม์ไลน์อยู่ ด้วยเหตุนี้การทิ้งระยะห่างทางสังคม โดยเก็บตัวอยู่ที่บ้าน งดการเดินทางไปที่ชุมชนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันการรับเชื้อ และการสั่งปิดสถานที่ต่างๆ ที่ผ่านมาก็เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาด และขอให้คนที่เคยไปสถานที่เหล่านั้นกักตัวเองอยู่ที่บ้านก่อน 14 วันจึงเป็นวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อที่ดีที่สุด”นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าว

จากนั้น นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการรับมอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีแอลกอฮอล์ (75 %) เป็นส่วนประกอบ โดยมีนายปัณณทัต ใจทน ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 5 และนายวิรัช พงศ์นภารักษ์ สรรพสามิตพื้นที่เชียงใหม่ เป็นผู้แทนการส่งมอบ
นายปัณณทัต ใจทน ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 5 กล่าวว่า กรมสรรพสามิต กระทวงการคลัง มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการใช้แอลกอฮอล์ หรือสุราสามทับ กรณีที่นำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในอัตราศูนย์ของสุราสามทับ (แอลกอฮอล์) เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางภาษี และให้มีปริมาณผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในการเสริมสร้างความปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด 19 (COVID-19) ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในหลายพื้นที่อยู่ในขณะนี้ จำนวนผลิตภัณฑ์ที่กรมสรรพสามิตส่งมอบ รวมทั้งสิ้น 6,000 ลิตร และที่ส่งมอบในครั้งนี้ จำนวน 1,000 ลิตร

ส่วนที่เหลือ 5,000 ลิตร จะส่งมอบจนครบภายใน 30 วัน โดยจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบให้ โรงพยาบาลนครพิงค์ เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาจัดสรรส่งมอบให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสมและจำเป็น
สำหรับหน่วยงานราชการ หรือ องค์กรภาคเอกชน ที่มีความประสงค์จะขออนุญาตใช้สุราสามทับ (แอลกอฮอล์) เพื่อนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ ทั้งที่มีวัตถุประสงค์มิได้ทำขึ้นเพื่อการจำหน่าย หรือที่มีวัตถุประสงค์ทำขึ้นเพื่อจำหน่ายก็ดี ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสรพสามิตพื้นที่ทุกแห่ง ในวัน เวลาราชการ

You may also like

บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน

จำนวนผู้