เชียงใหม่จัดเซฟตี้โซนให้กลุ่มเสี่ยงได้ฟอกปอด ผู้ว่าฯรับปรับแผนทำงานให้เข้มข้น

เชียงใหม่จัดเซฟตี้โซนให้กลุ่มเสี่ยงได้ฟอกปอด ผู้ว่าฯรับปรับแผนทำงานให้เข้มข้น

ผู้ว่าฯเผยคุณภาพอากาศยังมีผลกระทบต่อสุขภาพ เปิดจุดเซฟตี้โซนให้กลุ่มเสี่ยงครอบคลุมทุกอำเภอ ยันห่วงใยสุขภาพประชาชนแจงแจกหน้ากากกว่า 5 แสนชิ้นเฉพาะ N95 กว่า 4 หมื่นชิ้น พร้อมปรับแผนการทำงานเพิ่มมาตรการให้เข้มข้น เตรียมเปิดปฏิบัติการเหยี่ยวเวหาสยบไฟป่าให้ร่มบินสำรวจจุดเกิดไฟป่าแจ้งภาคพื้นดินเข้าดับให้เร็วขึ้น

วันที่ 26 มี.ค.62 ที่ห้องประชุม 4 อาคารอำนวยการศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ต่อสื่อมวลชน โดยประเด็นสำคัญเป็นการชี้แจงถึงสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า โดยผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในวันนี้ค่าตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้งของ Air4Thai และ Airvisual แสดงให้เห็นว่าค่าpm2.5 ทั้ง 4 สถานีตรวจวัดในเชียงใหม่ยังเกินค่ามาตรฐาน มีระดับสีแดง 1 สถานีและระดับสีส้ม ซึ่งก็มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทางจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทางถึงพี่น้องประชาชนในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เด็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่เป็นภูมิแพ้ให้ดูแลสุขภาพเป็นกรณีพิเศษ

ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้มีการปรับแผนเรื่องการฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อบรรเทาฝุ่นขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในพื้นที่เชียงใหม่ซึ่งเป็นแอ่งกะทะ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยเพิ่มความเข้มขันและความถี่ในการปฏิบัติงานและแบ่งเส้นทางของหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ โดยในส่วนของสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้นำรถน้ำขนาดความจุ 6,000 ลิตร จำนวน 2 คัน ช่วยฉีดและราดน้ำ บริเวณถนนทุ่งโฮเต็ล ตั้งแต่ประตูสวนสาธารณะสถานีรถไฟ ถึง สุสานประตูเหล็ก โดยจะดำเนินการเป็น 2 ช่วงๆ ละ 3 เที่ยว รวม 6 เที่ยว ในช่วงเช้าและบ่าย เป็นปริมาตรรวมทั้งสิ้น 72,000 ลิตร/วันตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยวันนี้ได้เพิ่มจำนวนรถจาก 2 คันเป็น 4 คันๆละ 4 เที่ยว เพิ่มถนนแก้วนวรัฐ รพ.แมคคอมมิค รร.ดาราวิทยาลัย รร.ปริ้นรอยแยลส์วิทยาลัย ดำเนินการช่วงจราจรเบาบาง คือ 09:30-15:30 น. คิดเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 96,000 ลิตร/วัน

นอกจากนี้ได้ติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำบริเวณสะพานนวรัฐและข่วงประตูท่าแพ และการประปาส่วนภูมิภาคกำลังเลือกพื้นที่บริเวณรอบคูเมืองเพื่อติดตั้งเช่นเดียวกัน รวมทั้งขอความร่วมมือภาคเอกชนและประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันฉีดรดน้ำในพื้นที่ตัวเองเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ซึ่งจังหวัดจะดำเนินการแบบนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนเม.ย.หรือจนกว่าสภาวะอากาศจะดีขึ้น

“สำหรับเรื่องการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนได้ให้ทางอำเภอและอสม.ลงเคาะประตูบ้านให้คำแนะนำและแจกหน้ากากอนามัยให้กับกลุ่มเสี่ยงและแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพในช่วงเกิดวิกฤตหมอกควัน ซึ่งทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ได้รายงานเข้ามาว่าได้มีการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยไปแล้วกว่า 570,000 ชิ้น โดยในสว่นนี้เป็นหน้ากาก N95 จำนวน 4 หมื่นชิ้น และทางจังหวัดให้รองผวจ.เชียงใหม่ไปประสานแหล่งผลิต N95 เพื่อจะจัดซื้อหน้ากาก N95 ในราคาโรงงานเพื่อจะกระจายแจกจ่ายให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อไป”นายศุภชัย กล่าวและชี้แจงอีกว่า

สำหรับการแก้ไขปัญหาการเผาป่า ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมีการจับกุมดำเนินคดีแล้ว 23 ราย และในบ่ายวันนี้(26 มี.ค.)ทางมทบ.33 ได้เชิญนายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยถึงมาตรการที่จะแก้ปัญหาซึ่งจะมีทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวไปถึงปีหน้า โดยเฉพาะศูนย์สั่งการก็จะเพิ่มเรื่องการติดตามด้วยว่าเมื่อได้รับรายงานจุดความร้อนในพื้นที่แล้วสามารถดับไฟได้มากน้อยแค่ไหน จากนั้นบ่ายก็มีเวทีที่พูดคุยร่วมกับนักวิชาการและภาคเอกชนซึ่งการประชุมครั้งนี้เพื่อกำหนดกรอบก่อนที่จะเปิดเวทีเชียงใหม่ฟอรั่มในการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าต่อไป

ด้านนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดพื้นที่เซฟตี้โซน โดยประสานกับทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการจัดทำเครื่องฟอกอากาศเพื่อติดตั้งในห้องประชุมขนาดใหญ่ ซึ่งจะใช้ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เด็ก ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว และให้ทั้ง 24 อำเภอจัดทำเซฟตี้โซนโดยประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอนั้นๆ ได้เป็นจุดพักด้วย ซึ่งได้สั่งการและกำลังดำเนินการกันอยู่

ทางด้านนายสมคิด ปัญญาดี ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า  ในวันที่ 30 มีนาคมนี้เวลา 08.30 น.จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับชมรมร่มบินเชียงใหม่จะเปิดปฏิบัติการเหยี่ยวเวหาสยบไฟป่า ที่สนามร่มบิน(สวนผักฮักคุณ)อ.สันกำแพง ซึ่งทางชมรมร่มบินจะใช้เครื่องร่อนบินตรวจจุดที่เกิดไฟป่าในทุกๆ เช้าเพื่อที่จะแจ้งให้ภาคพื้นดินเข้าไปดับไฟได้อย่างรวดเร็ว และในอนาคตอาจจะมีการใช้โดรนในการบินสำรวจพื้นที่ที่พบกลุ่มควันด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการใช้โดรนอยู่ แต่คาดว่าน่าจะเริ่มปฏิบัติการได้ในเร็วๆนี้.

You may also like

บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน

จำนวนผู้