เชียงใหม่กำหนด 6 มาตรการให้สถานบันเทิงยึดปฏิบัติเพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดโควิด-19

เชียงใหม่กำหนด 6 มาตรการให้สถานบันเทิงยึดปฏิบัติเพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดโควิด-19

เชียงใหม่ให้สถานบันเทิงและสถานบริการลงนาม MOU เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดในการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิดฯ เผยหากตรวจพบฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม 6 ข้อกำหนดทั้งสั่งปิดและมีความผิดทั้งจำและปรับตามกฎหมาย รองผู้ว่าฯย้ำให้ขึ้นป้ายแสดงจำนวนคนเข้าใช้บริการ หากเต็มให้เข้าคิวรอ

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.63 ที่ห้องประชุม 3 อาคารอำนวยการศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพศาล นันตา รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่,นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่และนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมและลงนามในบันทึกข้อตกลง(MOU)ตามหลักปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อไวรัสโคโรน่า 2019 ระหว่างคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่กับผู้ประกอบสถานบริการ สถานบันเทิงและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะในจังหวัดเชียงใหม่

นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งศคบ.ได้กำหนดมาตรการต่างๆ ออกมาจนกระทั่งสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ภายในประเทศได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้แม้จะมีการปลดล็อคมาตรการต่างๆ ไปแล้วแต่ก็ยังไม่อาจวางใจได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดฯทั่วโลก รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านของไทยยังมีสถานการณ์ที่รุนแรงอยู่

“ในวันนี้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้เชิญสถานบริการและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการฯกว่า 30 แห่งที่มีใบอนุญาตประกอบการมาลงนามในบันทึกข้อตกลงตามมาตรการควบคุมโรคฯ ซึ่งหลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าทำไมต้องเป็นสถานบริการหรือสถานบันเทิงอีก ก็เพราะครั้งก่อนที่มีการแพร่ระบาดของโควิดฯ ก็มีการแพร่เชื้อจากสถานบันเทิงที่ผู้ติดเชื้อได้ไปใช้บริการ ซึ่งหากไม่มีการกำหนดมาตรการต่างๆ ไว้ ก็เกรงว่าอาจจะเกิดปัญหา Super Space คือการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วมากๆ เหมือนต่างประเทศได้”รองผวจ.เชียงใหม่ กล่าวและว่า

จังหวัดเชียงใหม่มีคณะกรรมการตรวจประเมินตามมาตรการควบคุมโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เฉพาะสถานบริการหรือสถานบันเทิงเท่านั้น แต่ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านเกมส์ ร้านนวด คาราโอเกะแม้กระทั่งโรงเรียนก็มีการตรวจเช่นกันที่ผ่านมาได้ดำเนินการตรวจประเมินไปหมื่นกว่าครั้ง ซึ่งผลการตรวจก็จะรายงานให้ศบค.ทราบตลอด อย่างไรก็ตามก็ยอมรับว่าหลังจากปลดล็อคในหลายมาตรการทางคณะกรรมการตรวจประเมินฯเองก็การ์ดตกไปบ้าง อาจจะด้วยเพราะเห็นว่าในประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่เมื่อประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีชายแดนติดกันและมีผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองมีการแพร่ระบาดเกิดขึ้น ดังนั้นจำเป็นต้องยกการ์ดขึ้นใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน

รองผวจ.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ในส่วนของสถานบริการ สถานบันเทิง ร้านค้าต่างๆ จะต้องมีการติดข้อกำหนด ข้อปฏิบัติให้ผู้มาใช้บริการได้ทราบและให้ปฏิบัติ สิ่งที่เน้นย้ำคือ ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนเข้าใช้บริการ ต้องสแกนแอพพลิเคชั่นไทยชนะ ต้องผ่านการตรวจคัดกรอง และจะต้องมีป้ายบอกให้ชัดเจนว่าร้านค้า สถานบันเทิงรับคนได้เท่าไหร่ โดยให้คำนวณจากพื้นที่ให้บริการตามข้อกำหนดของศบค.คือในห้องแอร์ 1 ตรม.ต่อ 4 คน พื้นที่โล่ง 1 ตรม.ต่อ 5 คน เพื่อเป็นการลดความแออัดยัดเยียดและยังเป็นการกระจายคนไปร้านค้าอื่นบ้าง และหากลูกค้าไม่ย้ายร้านก็ให้เข้าคิวรอข้างนอก

“เมื่อทำMOU แล้วแต่หากคณะกรรมการไปตรวจพบว่าไม่ได้ปฏิบัติตามจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะมีความผิดตามพรก.ฉุกเฉินและพรบ.ควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทและโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำและปรับ”นายรัฐพล กล่าวชี้แจง

ด้านนายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ทั่วโลกอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ ยกเว้นประเทศไทยที่เราไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อสถานการณ์ทั่วโลกยังพบผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ก็ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ประมาทไม่ได้ เพราะมีโอกาส 30-40% ที่ผู้ผ่านเข้ามาเชียงใหม่ไม่รู้ตัวว่าสัมผัสเสี่ยงหรือติดเชื้อโควิดฯมาหรือไม่ จึงจำเป็นต้องวางมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและหากเกิดการระบาดขึ้นจริงๆ ก็อยากให้เป็นวงจำกัดเพื่อสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้

นายแพทย์สาธารณสุจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ใน 6 มาตรการที่ลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ที่ให้สถานประกอบการปฏิบัติตามเป็นการป้องกันตัวเราเอง ไม่ช่ำเพื่อให้ถูกกฎหมาย MOU ครั้งนี้เป็นการยกระดับเพื่อขยายเวลาที่ไทยเป็นประเทศหนึ่งเดียวในโลกที่ไม่มีผู้ติดเชื้อ ไม่มีการแพร่ระบาด และไทยจะเป็นสวรรค์ให้คนทั่วโลกอยากมาเที่ยว มาอยู่เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อนี้มีวัคซีนป้องกันแล้ว

“อยากให้ทุกคนตระหนักและปฏิบัติตัวในการป้องกันตามที่กรมควบคุมโรคแนะนำ โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ที่ผ่านมาจะเห็นว่าบางคนก็ใส่แต่ไม่ได้ใส่เพื่อป้องกันเพราะเอาหน้ากากไว้ใต้จมูกหรือใต้คางซึ่งไม่สามารถป้องกันได้เลย การใช้เฟซชิลล์ก็เช่นกันไม่ได้ป้องกันเชื้อโรคได้ แต่ป้องกันแค่น้ำลายกระเด็นเท่านั้น เพราะฉะนั้นขอให้ประชาชนสวมหน้ากากเพื่อป้องกันตนเอง ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การตรวจวัดอุณหภูมิคนที่จะเข้าใช้บริการขอให้ทำอย่างจริงจัง อย่างน้อยก็คัดกรองคนที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจได้เบื้องต้น”นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าว

ทางด้านนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้มีหนังสือสั่งการให้ทุกอำเภอให้เชิญสถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการมาลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยเฉพาะสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการฯซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีมากกว่า 500 แห่ง และหลังจากลงนามแล้ว จังหวัดจะมีการส่งคณะกรรมการฯลงไปสุ่มตรวจ นอกจากนี้หากประชาชนพบเห็นว่าสถานบริการใดเพิกเฉย หรือไม่ปฏิบัติตามก็ขอให้ส่งข้อร้องเรียนมายังคณะกรรมการควคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่หรือที่เพจศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ หรือที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ด้วย

ขณะที่พ.ต.อ.ไพศาล นันตา รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เน้นย้ำกับทางสถานบริการ สถานบันเทิงต่างๆ ไปแล้วโดยเฉพาะเรื่องการเปิด-ปิดต้องไม่เกินเที่ยงคืน ต้องไม่มียาเสพติดและต้องไม่ปล่อยให้เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าไปกวดขันอย่างเสมอ อย่างไรก็ตามผู้ที่มาฟังการประชุมชี้แจงในครั้งนี้ถือว่าให้ความร่วมมือกับทางราชการดี ส่วนผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือถือว่าไม่มีความรับผิดชอบซึ่งจนท.จะดำเนินการกวดขันต่อไป

“อย่างไรก็ตามเนื่องจากขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงได้ตรึงกำลังตามแนวชายแดน เนื่องจากมีการลักลอบเข้าเมืองของกลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ซึ่งอยากจะเน้นย้ำกับเจ้าของ สถานประกอบการต่างๆ ที่อาจจะมีลูกจ้างซึ่งได้กลับออกไปตอนที่ปิดสถานประกอบการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และหากมีลูกจ้างกลับเข้ามาขอให้แจ้งกับทางสาธารณสุขจังหวัดหรือเจ้าหน้าที่ทราบด้วย เพราะแรงงานต่างด้าวทุกคนที่กลับมาจะต้องผ่านการกักตัว 14 วัน และขอให้ทุกคนถือเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันด้วย”รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวชี้แจง.

You may also like

ชาวเชียงใหม่-ศิลปินหลากแขนงร่วมกิจกรรม”รัฐปลาเผา”

จำนวนผู้