อธิบดีกรมอุทยานฯระดมกำลังเสือไฟ 15 หน่วยทั่วปท.รับมือไฟป่าภาคเหนือกำชับให้เช็คสุขภาพเตรียมร่างกายให้พร้อม

อธิบดีกรมอุทยานฯระดมกำลังเสือไฟ 15 หน่วยทั่วปท.รับมือไฟป่าภาคเหนือกำชับให้เช็คสุขภาพเตรียมร่างกายให้พร้อม

อธิบดี“ธัญญา” เปิดโครงการเสริมสมรรถนะชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า คาดสถานการณ์รุนแรงเหมือนปีที่แล้ว กำชับให้ตรวจเช็คร่างกายและโรคประจำตัว เผยสวิงกำลังจาก 15 หน่วยทั่วประเทศเพื่อปฏิบัติงานสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในท้องที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ยันจะไม่ยอมให้เกิดความสูญเสียเหมือนที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2564 ณ ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสมรรถนะชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า  เพื่อเตรียมความพร้อมและปฏิบัติงานสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในท้องที่ 9 จังหวัด ภาคเหนือ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมและสนับสนุนการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าในท้องที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีนายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 (เชียงใหม่) กล่าวรายงาน พร้อมนี้มีนายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดฯ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดด้วย

นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 (เชียงใหม่) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดอบรมเสริมสมรรถนะชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่าครั้งนี้ว่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า มีสมรรถนะของร่างกาย และวินัยขั้นพื้นฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า ได้รับการทบทวนความรู้พื้นฐาน และเพิ่มเติมความรู้วิทยาการใหม่ๆ ในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า ได้มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ และมีความรู้ความเข้าใจในสภาพพื้นที่ป่าและการปฏิบัติงาน

โดยโครงการนี้ มีระยะเวลาในการฝึกเตรียมความพร้อมทั้งสิ้น 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 – 30 มกราคม 2564 ผู้เข้ารับการฝึกเตรียมความพร้อม ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า จำนวน 225 นาย จาก 15 ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าทั่วประเทศ โดยมีวิทยากรจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานสาธารณสุข และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การดำเนินโครงการในครั้งนี้ จึงได้ดำเนินการตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ และมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดเชียงใหม่   อย่างเคร่งครัด ในกรณีการป้องกันโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าสถานการณ์จะรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นการเตรียมความพร้อมในด้านสมรรถนะของร่างกาย ระเบียบวินัยขั้นพื้นฐาน การทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการเรียนรู้ประสบการณ์ที่จะทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ ก่อนที่จะออกไปปฏิบัติงานสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในท้องที่ 9 จังหวัดภาคเหนือนั้น มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า เจ้าหน้าที่ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ และกำลังใจ จึงจะสามารถปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า ที่ถือว่าเป็นงานที่หนักหน่วงและยากลำบากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า งานดับไฟป่านั้น เป็นงานที่หนัก เหน็ดเหนื่อย และเสี่ยงอันตราย ทั้งจากเปลวไฟโดยตรง จากรังสีความร้อน จากหมอกควันและก๊าซพิษ รวมไปถึงอันตรายอันเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน ทั้งในระหว่างปฏิบัติงาน และหลังการปฏิบัติงาน เพราะฉะนั้นผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านควรพึงระลึกถึงความปลอดภัย เป็นอันดับแรกเสมอ การปฏิบัติงานแม้จะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่หากมีเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งต้องเสียชีวิตแล้ว ถือว่าภารกิจนั้นล้มเหลว

“ปีนี้เท่าที่ดูจุดความร้อนลดลงตามที่นายวราวุธ ศิลปะอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้นโยบายไว้ว่าจะต้องลดจุด Hot Spot ลงไม่น้อยกว่า 30% ซึ่งกรมอุทยานฯได้จัดเตรียมกำลังพลในการจัดเก็บเชื้อเพลิงตามโครงการชิงเก็บ ลดเผาโดยขณะนี้ดำเนินการไปได้แล้วประมาณ40% จากเป้าหมายที่จะให้มีการดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดละ 50 ตัน แต่ด้วยสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรเปลี่ยน จากที่คาดการณ์ว่าฤดูไฟป่าจะเริ่มในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่จากการลงพื้นที่เมื่อวาน(24 ม.ค.)ในหลายพื้นที่โซนเหนือของเชียงใหม่พบว่าป่าเริ่มแห้ง จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนสถานการณ์และกำลังพลนำไปเสริมในจุดที่มีปัญหาและประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการ ซึ่งกรมอุทยานฯสนับสนุนงบประมาณผ่านให้ชุมชนในการจัดทำแนวกันไฟและชิงเก็บ เพื่อบริหารจัดการเชื้อเพลิง”นายธัญญา กล่าวและชี้แจงอีกว่า

สำหรับการอบรมในวันนี้ มีเสือไฟที่กรมอุทยานฯได้สวิงกำลังจากนอกพื้นที่จาก 15 พื้นที่ทั่วประเทศจำนวน 225 นาย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นชุดครูฝึกที่มีสมรรถนะหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าจรยุทธที่พร้อมฝึกให้กับประชาชนและมีสุขภาพเข้มแข็งผ่านการทดสอบมาแล้ว ปีนี้กรมฯได้เน้นย้ำให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักเพราะที่ผ่านมามีการสูญเสียบุคลากรและจิตอาสาไปหลายราย ปีนี้จึงต้องเน้นย้ำหากใครมีโรคประจำตัว หรือสุขภาพไม่แข็งแรงก็ให้ปรับเปลี่ยน โดยต้องมีการเช็คร่างกายก่อนออกปฏิบัติงานเพราะเราจะไม่ยอมให้เกิดการสูญเสียอีกแล้ว.

 

You may also like

เปิดตัว “กิจกรรมยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างโอกาสและแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการ

จำนวนผู้