หอฯเชียงใหม่เร่งส่งออกสินค้าไปจีนไม่หวั่นไวรัสโคโรนาระบาดพร้อมดันรัฐบาลเปิดด่านการค้าชายแดน

หอฯเชียงใหม่เร่งส่งออกสินค้าไปจีนไม่หวั่นไวรัสโคโรนาระบาดพร้อมดันรัฐบาลเปิดด่านการค้าชายแดน

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่แจงไวรัสโคโรน่ากระทบทั้งท่องเที่ยวและส่งออก คาดไม่ต่ำกว่า 5 เดือนถึงจะฟื้น เผยเจรจาหอการค้าเฉินตูเตรียมส่งอาหาร ผลไม้อบแห้ง หมอนยางพาราไปบุกตลาดในห้างขนาดใหญ่โดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์ไวรัสคลี่คลาย พร้อมเร่งรัดโครงการเมกะโปรเจคทั้งสนามบินแห่งที่ 2 รถไฟสายสีเขียวและน้ำเงินรวมทั้งผลักดันเปิดด่านกิ่วผาวอกและหลักแต่ง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 ก.พ.63 ที่สำนักงานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นายวโรดม ปิฏกานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่พร้อมด้วยดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และคณะกรรมการบริหารฯได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงภาวะเศรษฐกิจการเงินของจังหวัดเชียงใหม่ และผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ว่า ภาวะเศรษฐกิจการเงินของเชียงใหม่ไตรมาสสุดท้ายของปี 62 ชะลอตัวมาก

สำหรับภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสแรกปี 2563 นั้น เนื่องจากพรบ.งบประมาณฯปี 63 ล่าช้าจากปกติถึง 5 เดือน ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวมาก โดยเฉพาะงบลงทุนที่ไตรมาสสุดท้ายของปี 62 เบิกจ่ายได้เพียง 992 ล้านบาทซึ่งลดลงถึงร้อยละ 51.7 ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นรายได้หลักของเศรษฐกิจเชียงใหม่ แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเชียงใหม่ปีละ 10 ล้านคนและปี 2562 ขยับเพิ่มเป็น 11.3 ล้านคน โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวร้อยละ 30 ซึ่งเป็นชาวต่างชาติและ 1 ใน 3 เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน เมื่อมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาจากจีน และทางรัฐบาลจีนได้สั่งห้ามนักท่องเที่ยวที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ออกนอกประเทศ จึงทำให้เหลือเพียงนักท่องเที่ยวแบบ FIT หรือ นักท่องเที่ยวที่วางแผนท่องเที่ยวด้วยตนเองทั้งหมด จึงส่งผลกระทบต่อจังหวัดเชียงใหม่ค่อนข้างมาก

“ผมคุยกับเพื่อนักธุรกิจจีน เชื่อว่าอีกประมาณ 2-3 เดือนปัญหาเรื่องไวรัสโคโรนาในจีนถึงจะแก้ไขได้ และจากนั้นก็คงต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือนที่จะฟื้นตัว ดังนั้นรวมๆ แล้วก็ประมาณ 5-6 เดือนจากนี้ที่จีนจะต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาและฟื้นตัว ดังนั้นภาคท่องเที่ยวของเชียงใหม่ช่วงนี้จึงต้องโฟกัสไปที่ตลาดอื่นมาทดแทน เช่น ตลาดอินเดีย ยุโปรหรืออาเซียน”นายวโรดม กล่าวและชี้แจงอีกว่า

ปกติจีนกับไทยจะเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง พอจีนได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ก็ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าและส่งออกไปด้วย ไม่เฉพาะแต่ด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น จึงทำให้เศรษฐกิจของไทยที่ส่งออกไปจีนก็ชะลอไปด้วย ในประเด็นนี้ทางภาครัฐจะต้องเร่งแก้ไขให้ได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเชียงใหม่ในปีนี้อีกคือปัญหาภัยแล้ง ตลอดจนสงครามการค้า และเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวรัฐบาลก็มีมาตรการออกมาทั้งชะลอการเสียภาษี การหักภาษีจากการจัดอบรม สัมมนาได้ 2 เท่า รวมไปถึงเรื่องการปรับปรุงโรงแรม ที่พักต่างๆ ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นมาตรการเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต่อไปอีกว่า หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่จะขับเคลื่อนและผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจของจังหวัดเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้สนามบินนานาชาติเชียงใหม่มีจำนวนผู้โดยสารหนาแน่นและอยู่ในระหว่างดำเนินการพัฒนาฯตามแผนงาน แต่ก็ยังติดปัญหาที่หลังเที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้าจะมีเที่ยวบินขึ้น-ลงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่จึงได้เร่งรัดให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการเกี่ยวกับการก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 โดยเร็ว โดยได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกับหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนจังหวัดเชียงใหม่(กกร.)แล้ว

นอกจากนี้ยังได้เร่งรัดภาครัฐให้ดำเนินการก่อสร้างรถไฟรางเบาหรือ LRT ซึ่งรัฐจะดำเนินการในสายสีแดงก่อน แต่ทางหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอขอให้มีการศึกษาและออกแบบสายสีเขียวและสีน้ำเงินไปพร้อมกันด้วย เนื่องจากการดำเนินการจะทำเพียงสายสีแดงก่อนไม่ได้ต้องทำทั้งระบบถึงจะแก้ไขปัญหาการจราจรและตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้เส้นทางด้วย

รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ผ่านมาทางหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ได้บุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งปีที่ผ่านมาได้เดินทางไปเจรจาการค้ากับหอการค้ามณฑลเสฉวน ชิงเต่าและเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับเชียงใหม่และได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงหรือ MOU กับบริษัทควีนแลนด์ ที่เมืองเฉินตู โดยจะนำสินค้าไปวางขายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เป็นพวกอาคารแปรรูป ผลไม้อบแห้ง เครื่องสำอางและสมุนไพร ตลอดจนสินค้าหัตถกรรมที่จะนำไปวางจำหน่ายในห้างดังกล่าว คาดว่าภายใน 2-3 เดือนนี้จะส่งสินค้าเหล่านี้เข้าไปจำหน่ายได้

“นอกจากนี้ยังได้สร้างคอนเนคชั่นกับหอการค้าเฉินตู ซึ่งรอให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาคลี่คลายก็จะเริ่มส่งออกข้าว อาหารสำเร็จรูป ผลไม้อบแห้งเข้าไปจำหน่าย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมสินค้าจากสมาชิกหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่อยู่ นอกจากนี้หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ก็จะผลักดันการค้าชายแดนโดยเฉพาะการเปิดจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอกและช่องหลักแต่ง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับรัฐฉาน และตองยีของเมียนมาร์ ซึ่งที่นั่น 80% ใช้สินค้าจากไทยและหากสามารถผลักดันให้มีการเปิดด่าน 2 จุดนี้ได้ก็จะสามารถร่นระยะทางและเวลาในการส่งออกสินค้าชายแดนนี้ โดยวันที่ 12ก.พ.นี้ทางรองประธานหอการค้าฯจะเดินทางไปพร้อมกับคณะของจังหวัดเชียงใหม่เพื่อให้ข้อมูลกับอนุกรรมธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎรด้วย.

You may also like

นศ.มทร.ล้านนา จัดแฟลชม็อบเรียกร้อง ปชต.-เตรียมนัดชุมนุมใหญ่ที่มช.

จำนวนผู้