หอการค้าเชียงใหม่ชี้การค้าออนไลน์กระทบระบบค้าแบบเดิมเร่งพัฒนาผู้ประกอบการปรับตัวรับ

หอการค้าเชียงใหม่ชี้การค้าออนไลน์กระทบระบบค้าแบบเดิมเร่งพัฒนาผู้ประกอบการปรับตัวรับ

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่แจงเศรษฐกิจไตรมาส 3 อยู่ในเกณฑ์ดีแม้ท่องเที่ยวหดตัวจากนักท่องเที่ยวจีน คาดไฮซีซั่น-ตรุษจีนกระเตื้องขึ้น เผยธุรกิจอี-คอมเมิร์ซพุ่งเชียงใหม่ติดอันดับ 3 ของประเทศ แจงการสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์กระทบระบบการค้าแบบดั้งเดิม เร่งพัฒนาผู้ประกอบการปรับตัวอย่างจริงจัง เชื่อหลังเลือกตั้งเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่ม

ที่ห้องอิมพีเรียล 3 โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย นางวิภาวัลย์  วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และนายสมชาย ทองคำคูณ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ไตรมาสที่ 3  และแนวโน้มแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 โดยมีสื่อมวลชนและคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่สมัยที่ 21 เข้าร่วมจำนวนมาก

นายสมชาย ทองคำคูณ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เศรษฐกิจโดยรวมของเชียงใหม่ถือว่าดีเพราะเมื่อไตรมาสที่ 2 หอการค้ากังวลว่าราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะลำไยที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลักและมีผลผลิตออกมามากอาจจะมีปัญหาด้านราคา แต่ปรากฏว่าเกษตรกรได้ทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตทำให้พืชผลได้ราคาดี ทำให้รายได้ภาคเกษตรดีขึ้น การจับจ่ายใช้สอยดีขึ้น

ส่วนทางด้านการท่องเที่ยวแม้ว่าในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 จะไม่ค่อยดีเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงทั้งสาเหตุจากข่าวด้านลบและจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจในประเทศจีนด้วย แต่ขณะนี้ตัวเลขในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเริ่มดีขึ้น คาดว่าในช่วงไฮซีซั่นของเชียงใหม่ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวไปจนถึงช่วงตรุษจีนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะกลับมา

รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ภาวะเศรษฐกิจอีกตัวหนึ่งที่น่าจับตามองคืออี คอมเมิร์ซ โดยเฉพาะการค้าแบบ B2C ที่มีการขยายตัวสูงโดยคาดว่าในปี 2561 มูลค่าการค้าทั้งประเทศจะโตเพิ่มถึง 16.8% หรือ 949,122 ล้านบาท โดยเฉพาะจากหมวดค้าปลีก ค้าส่งซึ่งเป็นรากฐานของระบบการค้าแบบดั้งเดิมสินค้าสำคัญเช่น สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องสำอาง เสื้อผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งการค้าออนไลน์นี้มีผลกระทบต่อยอดจำหน่ายของธุรกิจดั้งเดิมจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวอย่างจริงจัง

“สำหรับการค้าแบบอี คอมเมิร์ซ ยอดจดทะเบียนกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอีเลคทรอนิกส์(ETDA)อันดับ 1 กรุงเทพฯมีประมาณ 400 กว่าราย รองลงมายังเป็นจังหวัดในภาคกลางและเชียงใหม่เป็นอันดับ 3 ที่มีการทำธุรกรรมการค้ามาก แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลว่าการค้าแบบออนไลน์ในเชียงใหม่มีมูลค่าเท่าไหร่ซึ่งหอการค้าอยู่ระหว่างสร้างฐานข้อมูลด้านนี้ขึ้นมาโดยตรง”รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าว

ทางด้านนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในภาพรวมเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี มีบางภาคส่วนโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวเนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนหดตัวสูง ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการนำเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ลดลงมาก และนักท่องเที่ยวกลุ่มท่องเที่ยวด้วยตนเอง (Free and Independent Traveler : FIT) ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงก็ลดลงด้วย แม้จะมีนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้และอเมริกามาชดเชยแต่จำนวนก็ไม่ได้สูงมากนัก

“หอการค้าฯ มองว่าสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนลดลงเป็นภาวะเพียงชั่วคราว เพราะประเทศเป้าหมายอื่น ๆ นักท่องเที่ยวจีนก็ลดลงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามไทยเองก็จะต้องแก้ไขปัญหาด้านภาพลักษณ์ที่กระทบกับความรู้สึกนักท่องเที่ยวจีนด้วย  และทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนแก้ไขและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใน รวมถึงการตลาดใหม่ โดยเน้นจุดขายด้านวัฒนธรรมและการตลาดออนไลน์ไปพร้อมกัน”ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวและชี้แจงอีกว่า

ในภาคอสังหาริมทรัพย์ หอการค้าฯ ประเมินว่าไม่แตกต่างจากไตรมาสก่อนที่มีอุปทานคงเหลือจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการลงทุน กำลังซื้อบ้านเดี่ยวของลูกค้าในประเทศไม่สูงมากนัก และเริ่มมีธุรกิจจัดสรรขนาดเล็ก จำนวนแปลงไม่มาก พัฒนาโดยผู้ประกอบการรายเล็กในพื้นที่และจำหน่ายในราคาไม่สูง  สำหรับคอนโดมิเนียมยังได้กำลังซื้อจากนักลงทุนชาวจีน และมีการเปิดโครงการใหม่เพื่อรองรับความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมของชาวจีนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ มีประเด็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เสนอให้ผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 หรือที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ต้องวางเงินดาวน์อย่างน้อย 20% จากปัจจุบันที่กำหนดเงินดาวน์ไว้เพียง 5%-10% และเกณฑ์ปล่อยกู้ไม่เกินร้อยละ 80  ซึ่งหอการค้าฯ คาดว่ามีผลกระทบบ้างแต่ไม่มาก  เนื่องจากผู้ซื้อระดับกลาง-ล่างส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังแรกราคาบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ส่วนผู้ซื้อระดับกลาง-บนราคาบ้าน 5-6 ล้านบาทจะซื้อด้วยเงินสดกว่าครึ่ง จึงคิดว่าไม่มีผลกระทบในภาพรวมมากนัก

นางวิภาวัลย์ กล่าวอีกว่า ทางหอการค้าฯ ได้ให้ความสำคัญกับการนำเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในจังหวัด โดยการนำเอาไอทีหรือเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการต่าง ๆ  ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางด้านท่องเที่ยว การค้าการลงทุน การศึกษา เกษตรอินทรีย์ อาหาร สุขภาพ การแพทย์ และผู้สูงอายุ รวมทั้งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทำให้สามารถสร้างผู้ประกอบการ Startup ได้กว่า 90 ราย โดย 51 รายได้จดทะเบียนบริษัทมีทุนจดทะเบียน 56 ล้านบาท หากเทียบกับกรุงเทพฯที่มี 466 รายทุนจดทะเบียน 7,252 รายจึงถือว่าจำนวนยังน้อยเพียง 10% ของธุรกิจทั้งหมดที่จดทะเบียน 

ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า หากประเทศไทยมีการจัดการเลือกตั้งในต้นปี 2562 ได้ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น และจะทำให้เกิดการจ้างงาน และการบริโภคที่มากขึ้น การใช้จ่ายในครัวเรือนก็จะดีขึ้น ทั้งจากรายได้ภาคเกษตรที่ดีขึ้น รวมถึงบัตรสวัสดิการภาครัฐที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในครัวเรือนที่ดีขึ้นด้วย

นอกจากนั้นในการเดินหน้าในโครงการขนาดใหญ่ทั้งการก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งใหม่ ก็จะมีการเชื่อมต่อและใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงจากสนามบินใหม่มายังสนามบินเดิมและตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งจะต้องมีการลงทุนเพิ่ม ตลอดจนการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาที่รัฐบาลให้รฟม.เป็นผู้ดำเนินการในสายแรก รวมไปถึงการผลักดันแผนงานและโครงการต่างๆ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดกิจกรรมเชียงใหม่ฟอรั่มไปหลายครั้งที่มีการระดมความเห็นร่วมกันจากหลายภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจภายในจังหวัดเชียงใหม่มีการขับเคลื่อนเป็นองคาพยศไปในทิศทางเดียวกันและดีขึ้น.

You may also like

บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน

จำนวนผู้