หมอห่วงเด็กเชียงใหม่สติปัญญาด้อยจากผลกระทบหมอกควันไฟป่า ภาคท่องเที่ยวเผยนักท่องเที่ยวทั้งหนีและยกเลิก

หมอห่วงเด็กเชียงใหม่สติปัญญาด้อยจากผลกระทบหมอกควันไฟป่า ภาคท่องเที่ยวเผยนักท่องเที่ยวทั้งหนีและยกเลิก

หมอชี้ปัญหาหมอกควันปีนี้รุนแรง เชื่อ 5-10 ปีจะส่งผลกระทบกับคนเชียงใหม่ ในขณะที่เด็กอายุ 4-5 เดือนระบบหายใจล้มเหลวแม้รักษาแต่จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ระบุระดับการเตือนภัยของภาครัฐแย่ ห่วงเด็กเชียงใหม่สติปัญญาด้อยผลจากหมอกควันไฟป่า ขณะที่ตัวแทนคนแม่แจ่มปูดปัญหาขัดแย้งในพื้นที่ แต่กลับไม่พูดถึง ภาคท่องเที่ยวยันนักท่องเที่ยวหนีกลับและคอมเพลนหนัก

วันที่ 7 เม.ย.62 ที่อาคาร SME ภายในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย  ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่จะเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอและปัญหาหมอกควันและไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่จากตัวแทนภาคเอกชน และนักวิชาการ

ผศ.พญ.สหัทยา ไพบูลย์วรชาติ รอง ผอ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ปัญหาหมอกควันและไฟป่าส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ถ้าหากภาครัฐใช้มาตรฐานสากลต้องมีการอพยพคนออกจากจังหวัดเชียงใหม่ แต่ที่ผ่านมามาตรการเตือนภัยของภาครัฐไม่ได้รับการพัฒนาให้เป็นสากล และยังใช้ความรู้เดิมในการกำหนดการเตือนภัยประชาชน

“ผลกระทบที่รุนแรงเกิดขึ้นกับเด็กเล็กซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีศูนย์เด็กเล็ก 300-400 แห่งและอยู่ในอำเภอรอบนอกที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษหมอกควันเยอะมาก แม้ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลตัวเลขเด็กที่ประสบปัญหา แต่เฉพาะในเมืองได้ตรวจพบว่าเด็กที่มีอายุ 4-5 เดือนระบบหายใจล้มเหลวจนต้องใช้ท่อ และเด็กคนนั้นจะไม่มีระบบหายใจกลับมาปกติอีกแล้ว เพราะเด็กจะไม่สามารถสวมใส่หน้ากากได้ตลอดเวลา จึงอยากให้โรงเรียนที่มีศูนย์เด็กเล็กมีเซฟตี้โซนหรือห้องปลอดฝุ่น และที่กำลังประสบปัญหาเครื่องเครื่องฟอกอากาศหายาก จึงต้องหาวิธีทำเครื่องฟอกแบบง่ายแต่ก็ใช้ได้ไม่กี่วันก็ต้องเปลี่ยน”ผศ.พญ.สหัทยา กล่าวและชี้แจงอีกว่า

สภาวะอากาศของจังหวัดเชียงใหม่เริ่มส่อเค้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่ที่เลวร้ายที่สุดในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมซึ่งพบว่าทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ไม่ปลอดภัย แต่การเตือนภัยของจังหวัดกลับไม่เข้มข้น มีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้อยู่ในอาคาร สวมหน้ากาก ซึ่งเป็นการเตือนภัยที่ไม่มีระดับ เพราะกังวลแต่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวแต่ไม่คำนึงถึงเรื่องของสุขภาพประชาชนจึงทำให้มีประชาชนเจ็บป่วยเรื้อรัง และนั่นจะไปแสดงผลหรืออาการใน 5-10 ปีข้างหน้า

รอง ผอ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ที่จีนซึ่งเคยเผชิญปัญหาหมอกควันก็ค้นพบแล้วว่าเด็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจะมีพัฒนาการทางสมองและระดับสติปัญญาที่ด้อยกว่ากลุ่มที่ไม่เผชิญปัญหา เพราะฉะนั้นเด็กเชียงใหม่ต่อไปจะมีสติปัญญาที่ด้อยกว่าที่อื่น ซึ่งเมื่อปี 2559 ตอนทำวิจัยได้ตรวจเจอสารก่อมะเร็งในปัสสาวะของเด็กที่อ.แม่แจ่ม ซึ่งเด็กอายุ 7 ขวบคนนั้นมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งได้ที่ใด ที่หนึ่งในร่างกาย

“เราพยายามที่จะให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการดูแลผู้สูงอายุ แต่เมื่อปลายเดือนม.ค.ผู้สูงอายุชาวต่างชาติที่ตั้งใจจะมาอยู่เชียงใหม่ปรากฏว่าในเดือนก.พ.หนีกลับหมดเลย การที่ประเทศไทยมีโครงการดูแลผู้สูงอายุจะไปไม่ถึงไหนถ้ายังแก้ปัญหามลพิษหมอกควันไม่ได้ รัฐจะมาปกปิดข้อมูลไม่ได้ ชาวต่างชาติที่เข้ามาตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสวนดอกแต่ละคนที่มาบอกเลยว่าจะย้ายออกจากเชียงใหม่แล้ว เพราะฉะนั้นทุกโครงการของเชียงใหม่ได้รับผลกระทบหมด”ผศ.พญ.สหัทยา กล่าว

ทางด้านนายสมเกียรติ มีธรรม ตัวแทนเอกชนที่ทำงานในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม กล่าวว่า สาเหตุของการเผาป่ามีทั้งเผาเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ เตรียมพื้นที่ปลูกเพราะจะเข้าสู่ฤดูฝน เผาเพื่อกลั่นแกล้งทั้งในระดับการเมืองท้องถิ่น อำเภอ จังหวัดและประเทศ ปีนี้จะพบว่ามีจุดที่เกิดการเผาป่าในพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ในเชิงลึกพบว่าเป็นปัญหาความขัดแย้ง อุทยานเผาไล่ที่ชาวบ้าน แต่กลับไม่มีการพูดถึงเลย

“สำหรับทางออก ผมมองว่าระบบซิงเกิ้ลคอมมานใช้ไม่ได้ จะต้องมีการกระจายอำนาจเพราะทุกวันนี้คนสั่งก็สั่งอย่างเดียวแทนที่จะมีการเชื่อมประสานกัน แต่กลับไม่เป็นเช่นนี้ กลไกในชุมชนเมื่อปี 2559ทำได้ดี ชุมชนมีส่วนร่วม แต่วันนี้กลับพบว่าการมีส่วนร่วมกับชุมชนมีน้อยและถอยห่างออกไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ ผู้นำเข้าไม่ถึงชาวบ้าน มีแต่สั่งชาวบ้านว่าห้ามเผาอย่างเดียว”

จะต้องสร้างความมั่นใจ มั่นคงในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งทุกปีเจ้าหน้าที่ดับไฟต้องสูญเสียและบาดเจ็บ เพราะมีเหตุการณ์ขวัญและกำลังใจเริ่มเสีย เสียขวัญกันหมดทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่ไปช่วย ผมอยากให้มีกองทุนเยียวยาจิตอาสาที่ได้รับบาดเจ็บ หรือมีการทำประกันชีวิตให้กับผู้ที่ไปช่วยดับไฟ ซึ่งรัฐจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านและชุมชน

ขณะที่นายอุดม ชิดนายี ตัวแทนจากภาคธุรกิจท่องเที่ยว กล่าวว่า บริษัททัวร์ตนทำทัวร์นักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกา ซึ่งตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่เกิดปัญหาหมอกควันไฟป่าได้รับผลกระทบมาก นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาแล้ว แต่เดิมจะพำนักอยู่หลายวันปรากฏว่ามาอยู่ไม่ครบขอกลับก่อนกำหนด ซึ่งมีมากถึง 50-60% บางคนหนีกลับประเทศ บางคนหากหาโรงแรมและที่เที่ยวที่อื่นได้ก็เปลี่ยนสถานที่ แต่ที่สำคัญถูกคอมเพลมากเลยว่าไม่ให้ข้อมูลเรื่องหมอกควัน เค้าจะได้วางแผน เตรียมตัว ซึ่งการคอมเพลนนี้แจ้งกับบริษัททัวร์นำเที่ยวโดยตรงไม่ได้คอมเพลนไปที่หน่วยงานรัฐ

นายอุดม กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการจองไว้ล่วงหน้า หรือทำโปรแกรมเพื่อให้ยืนยัน พอรู้ว่าเชียงใหม่มีปัญหาหมอกควัน ไฟป่ายกเลิกไป 50-60%  เช่นเดียวกับกลุ่มที่กำลังต่อรองราคา เปลี่ยนเส้นทางบ้าง ยกเลิกไปหมดเลยไม่ติดต่อมาอีก ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ให้เป็นวาระแห่งชาติที่ทำให้เห็นผลไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบหมด

ทางด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ทางพรรค ฯ ขอเชิญชวนภาคประชาชน และภาคเอกชน มาบูรณาการแนวคิดการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าร่วมกัน โดยทางพรรคฯ จะสนับสนุนการยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ และจะยกระดับปัญหานี้ให้เป็นวาระสิ่งแวดล้อมASEAN ที่ต้องร่วมกันแก้ไขทั้งภูมิภาค.

 

 

 

 

 

 

 

 

You may also like

ผู้ว่าฯเชียงใหม่วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนกยอมรับเขื่อนน้ำเหลือน้อย ชลประทานเผยแล้งสุดในรอบ 98 ปี

จำนวนผู้