หมอกควันวิกฤตรุนแรง 3 สายการบินร่อนลงสนามบินเชียงใหม่ไม่ได้ แม่ทัพภาคที่ 3 เต้นเรียกนอภ.เข้าหารือหลังเลือกตั้ง

หมอกควันวิกฤตรุนแรง 3 สายการบินร่อนลงสนามบินเชียงใหม่ไม่ได้ แม่ทัพภาคที่ 3 เต้นเรียกนอภ.เข้าหารือหลังเลือกตั้ง

หมอกควันวิกฤตรุนแรง 3 สายการบินร่อนลงสนามบินเชียงใหม่ไม่ได้ต้องเปลี่ยนไปลงสนามบินอื่น เนื่องจากทัศนวิสัยต่ำระยะการมองเห็นแค่ 1300 เมตร ด้านแม่ทัพภาคที่ 3 เต้นแก้ปัญหาไม่ตรงจุด สั่งกอ.รส.ทุกอำเภอเชิญนายอำเภอทั่วเชียงใหม่มาหารือ หลังปิดป่าและออกมาตรการก็ยังฝ่าฝืนเผาสนั่นทุกพื้นที่

สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือกลับมาวิกฤตรุนแรงอีกครั้ง โดยรายงานการตรวจวัดคุณภาพอากาศเมื่อตอนเที่ยงวันพบว่า ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนค่า PM2.5 และ PM10 รวมทั้งดัชนีคุณภาพอากาศสูงเกินค่ามาตรฐานทุกจังหวัดและมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยที่อ.แม่สายจังหวัดเชียงรายสูงที่สุดในภาคเหนือ ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่  321 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.รองลงมาคือจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ที่ 288 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.และจังหวัดอื่นๆ ก็เกิน 170 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.หมดทุกจังหวัด

ทั้งนี้ยังตรวจพบจุดความร้อนหรือ Hotspot จำนวน 586 จุด  เมื่อวันที่ 23 มี.ค.62  เวลา 0124    จากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS   โดยพบที่แม่ฮ่องสอนมากที่สุด จำนวน  162  จุด รองลงมาคือจังหวัดเชียงราย 91 จุด จังหวัดน่าน 79 จุด จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน  69  จุด   จังหวัดลำปาง จำนวน  52  จุด จังหวัดพะเยา จำนวน  55  จุด  จังหวัดแพร่ จำนวน  55  จุด จังหวัดตาก จำนวน 14 จุดและจังหวัดลำพูนจำนวน   9   จุด

จากสภาพอากาศที่มีหมอกควันจากฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมหนาแน่น ยังเป็นอุปสรรคต่อการนำเครื่องบินบรรทุกน้ำไปดับไฟทั้งเครื่องบินของกองทัพบกและกองทัพอากาศ เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี แม้ทางอ.แม่ออนจะทำการร้องขอให้ทางกองทัพบกและกองทัพอากาศนำเครื่องบินไปช่วยดับไฟป่าในเขตพื้นที่ซึ่งเป็นรอยต่ออ.แม่ออนกับอ.ดอยสะเก็ดซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาสูงชันและไฟป่าได้โหมไหม้อย่างรุนแรงตั้งแต่หัวค่ำของวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมาจนไฟลุกลามขยายเป็นวงกว้างจึงทำให้ชุดดับไฟที่เดินเท้าเข้าไปไม่สามารถดำเนินการได้

นอกจากนั้น​ จากสภาพหมอกควันที่หนาแน่น ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นภายในเขตทางวิ่ง​ ทางขับและลานจอดอากาศยาน​ ของท่าอากาศยานเชียงใหม่​ อยู่ที่ 1300 เมตร​ เมื่อเวลา​ 12.00 น. เป็นเหตุให้อากาศยานไม่สามารถลงจอด​ ณ​ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้​ จำนวน​ 3  เที่ยวบิน​ ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินไปลงจอด​ ณ​ ท่าอากาศยานอื่น​ ได้แก่ เที่ยวบิน​ 9C8511บินจากเซี่ยงไฮ้ไปลงยังท่าอากาศยาน​สุวรรณภูมิ เที่ยวบิน SL1995 จากดอนเมือง-เชียงใหม่ต้องบินไปลงที่ท่าอากาศยาน​แม่ฟ้าหลวงเชียงรายก่อน และบินมาลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เมื่อเวลา 14.59 น. และแอร์เอเชียเที่ยวบิน FD3171มาจากภูเก็ต ไปลงที่ท่าอากาศยาน​พิษณุโลกก่อน และบินมาลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เมื่อเวลา 14.12 น.

ทางด้านพล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการกองควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 จ้งว่าได้รับคำสั่งจากแม่ทัพภาคที่ 3 ว่า เนื่องจากสถานการณ์หมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ในปีนี้สถานการณ์ มีวิกฤต มากกว่าปีที่แล้ว ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยทั้ง 9 จังหวัดเชิญนายอำเภอของทุกจังหวัด มาประชุมเพื่อหาข้อสรุป ในปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่รับผิดชอบของตน และมีการเสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหา ในระดับ Single Command อำเภอของตน และ Single Command ในจังหวัดของตน หากไม่ทำการวิเคราะห์และตกผลึกในปีนี้  ในปีหน้าที่จะถึงในแล้งต่อไปประชาชนก็จะเดือดร้อนเช่นเดิม  จึงให้กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 ออกเป็นสั่งการให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด ทั้ง 9 จังหวัดดำเนินการจัดประชุมและสรุป Lesson Learn และแนวทางแก้ไขปัญหาส่งกลับมาให้กองทัพภาคที่ 3เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ได้มีการนัดหมายประชุมในวันที่ 26 มี.ค.เวลา 13.30 น.ณ สโมสรค่ายกาวิละจังหวัดเชียงใหม่.

You may also like

ชลประทานเร่งผันน้ำช่วยพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ดอยเต่า

จำนวนผู้