ลีซูนาเลาใหม่ 24 รายร้องผู้ว่าฯอ้างไม่ได้ความเป็นธรรมขณะที่โฮมสเตย์ 17 รายตามมาขอจังหวัดรับฟังทั้งสองฝ่าย

ลีซูนาเลาใหม่ 24 รายร้องผู้ว่าฯอ้างไม่ได้ความเป็นธรรมขณะที่โฮมสเตย์ 17 รายตามมาขอจังหวัดรับฟังทั้งสองฝ่าย

          ชาวเขาเผ่าลีซูบ้านนาเลาใหม่ 24 รายที่ถูกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงใหม่เข้าไปจัดระเบียบและแจ้งความดำเนินคดี บุกรุกพื้นที่เปิดโฮมสเตย์รับนักท่องเที่ยว ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯเชียงใหม่ ร้องขอความเป็นธรรม  อ้างได้รับผลกระทบ เรียกร้องขอให้ทุกครัวเรือนได้สิทธิ์เท่าเทียมกันในการทำโฮมเสตย์ ขณะที่หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวแจงหลังจัดระเบียบตรวจสอบและทำข้อตกลงร่วมไม่มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่ม ส่วนผู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่จะพิจารณาเฉพาะที่ได้รับอนุญาตและเข้าร่วมโครงการจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น ต่อมาชาวบ้าน 17 รายที่ได้รับอนุญาตบุกยื่นหลักฐานแจงข้อเท็จจริง

วันที่ 6 พ.ย.62 เวลา 10.30 น.ที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนรับหนังสือจากตัวแทนชาวบ้าน บ้านนาเลา ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่นำโดยนางสาวภัทรวดี เลายี่ปา ซึ่งมาพร้อมกับชาวบ้านประมาณ 20  คน ได้ถือป้ายข้อความโจมตีและขอความเป็นธรรม พร้อมยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านบ้านนาเลาใหม่ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ในหนังสือดังกล่าวอ้างว่า บ้านนาเลาใหม่ ม.10 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านชาวเขาผ่าลีชู ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานไม่น้อยกว่า 70 ปี และได้ขึ้นทะเบียนเป็นหมู่ที่ 10 ของตำบลเชียงดาว ก่อนประกาศเป็นพื้นที่ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี พ.ศ.2535 แต่ในระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านเริ่มทำกิจการบ้านพักโฮมสเตย์ในพื้นที่ของตนด้วยเพราะภูมิประเทศบ้านนาเลามีความสวยงาม อีกทั้งวัฒนธรรมของชนเผ่าน่าสนไจ ทำให้บ้านนาเลาใหม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ชาวบ้านทุกครัวครัวเรือนจึงหันมาประกอบอาชีพทำบ้านพักโฮมสเตย์ ทดแทนการทำไร่ ลดปัญหาการตัดไม้เพื่อบุกเบิกพื้นที่ทำกิน  เมื่อช่วงเดือน พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งให้รื้อถอนบ้านพัก เหลือบ้านเลขที่ละ 2 หลัง กางเต็นท์ 9 หลัง ภายหลังการรื้อถอนดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทุกราย

ในหนังสือดังกล่าวยังระบุอีกว่า ปัจจุบันได้มีการเข้ามาควบคุมจัดระเบียบของเจ้าหน้าที่อีก และได้มีคำสั่งปิดหมู่บ้านนาเลาใหม่ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพัก หรือแวะชม ทำให้มีความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างหนัก ซ้ำทั้งมีการอนุญาตให้ทำกิจการได้เพียง 17 ราย จากที่เคยทำความเข้าใจว่า 1 บ้านเลขที่ ทำบ้านพักได้ 2 หลัง กางเต็นท์ 4 หลัง ซึ่งชาวบ้านที่เหลือภายในหมู่บ้านมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะถูกลิดรอนสิทธิ์ ไม่ได้รับสิทธิ์เหมือนคนในหมู่บ้านเดียวกัน จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้

ตัวแทนชาวบ้านยังกล่าวถึงปัญหาและผลกระพบที่ได้รับภายในหมู่บ้าน พร้อมทั้งความต้องการของชาวบ้านในหมู่บ้านว่า อยากให้ยกเลิกมติที่ให้สิทธิ์แค่ 17 ราย เนื่องจากปัญหาทุกวันนี้เกิดจากมติข้อตกลงนี้ และขอให้ เรียกประชาคมทั้งหมู่บ้านใหม่ เพื่อความเท่าเทียมกันและความยุติธรรมของชุมชนภายในหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเขาแอบประชาคมกันเอง ชาวบ้านไม่เห็นด้วย โดยอ้างว่าทางเจ้าหน้าเขตรักษาพันธุ์ปาเชียงดาวได้เข้ามาแบ่งแยกชาวบ้านเป็น 2 กลุ่ม ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหา ทั้งหมู่บ้านยังสามัคคีกันอยู่ ยังเปิดทำมาหากินกันได้ทั้งหมู่บ้านโดยไม่มีการแบ่งแยก

ในหนังสือร้องขอความเป็นธรรมยังกล่าวอ้างอีกว่า  ตั้งแต่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวคนนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน แบ่งแยกชาวบ้านเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 มี 17 ราย ที่เปิดที่พักโฮมสเตย์ได้ ส่วนกลุ่มที่ 2 มี 24 ราย ที่ไม่สามารถปิดที่พักโฮมสเตย์ได้ บอกไม่ถูต้องทั้งที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ทำให้คนในหมู่บ้านทะเลาะกันเอง แตกแยก ไม่สามารถร่วมกิจกรรมหมู่บ้านด้วยกันได้ เขม่งตาใส่กัน ความสามัคคีของชุมชนหายไป และจากที่เคยประชุมหลายๆ ครั้งก็มีแต่ 17 ราย ชาวบ้านนอกเหนือจาก 17 ราย ที่ว่านี้ก็ไม่มีสิทธิ์ได้เข้าไปชี้แจงหรือได้เข้าร่วมรับฟังใดๆเลย

ทั้งนี้ที่ผ่านมาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้ง 24 ราย ได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมหรือขอเหตุผลที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เจ้าหน้าที่ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวบอกว่า ทางเขตไม่มีสิทธิ์ตัดสิน ให้ทางนายอำเภอตัดสิน และเมื่อชาวบ้านไปหานายอำภอเชียงดาว ทางนายอำเภอเชียงดาวก็บอกมาว่าไม่มีสิทธิ์ตัดสิน โยนกลับไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 62 ทางชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้รวมตัวกันที่ทางเข้าหมู่บ้านเพื่อคัดค้านมติที่ทางหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอนุญาตให้เปิดรีสอร์ทเฉพาะที่มีรายชื่อ 17 ราย ท้ายสุดทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวได้เชิญชาวบ้านไปเจรจากันในที่ประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงดาว โดยมีนายอำเภอเป็นประธาน ผลเจจาไม่ได้ข้อ ทางหัวหน้าหน่วยเขตอุทยานเชียงดาว หน่วยดอยผาตั้งเชียงดาว-บ้านนาเลา เป็นคนแจ้งที่ประชุมว่าไม่ให้รับนักท่องเที่ยวขึ้นไปเข้าพักทั้งหมู่บ้านเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ถ้าบ้านไหนหรือโฮมสเตย์รับนักท่องเที่ยวเข้าพักทางเจ้าหน้าที่จะขึ้นไปจับ พอมาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ทางหัวหน้าหน่วยเขตอุทยานดอยผาตั้ง-นาเลา ก็บอกว่าหัวหน้าเขตกับทางกรมฯสั่งให้ลูกค้าเข้าพักได้แค่ 17 โฮมสเตย์

สำหรับข้อเรียกร้องของชาวบ้านที่มายื่นหนังสือ  อยากขอให้ทุกครอบครัวเรือนในหมู่บ้านได้ใช้สิทธิ์เท่าเทียมกัน ทำบ้านพักได้ 1 หลัง กางเต็นท์ 4 หลัง และขอให้ชาวบ้านประชาคมใหม่บริหารจัดการกันเองเหมือนที่ผ่านมา รวมทั้งขอความยุติธรรม ให้ชาวบ้านได้ทำมาหากินแบบเท่าเทียมกัน

ทางด้านนายประกาศิต ระวิวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ได้ชี้แจว่า ในพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ ดอยหลวงเชียงดาว ภูเขาที่สูงเป็นอันดับสามของประเทศ และมีสังคมพืชกึ่งอัลไพน์ ซึ่งประกอบด้วยพืชหายากและพืชเฉพาะถิ่น อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากและสัตว์ป่าสงวนหลายชนิด จึงได้อนุญาตให้มีการเข้าพื้นที่เพื่อประกอบกิจกรรมศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ ได้แก่ 1)เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว 2)บ้านนาเลาใหม่ 3)เส้นทางสายอำเภอเชียงดาว-ตำบลเมืองคอง ซึ่งผู้มีความประสงค์เข้าพื้นที่ต้องดำเนินขออนุญาตตามระเบียบฯ เป็นการจัดการการท่องเที่ยวแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จะอนุญาตให้ศึกษาธรรมชาติบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว ในช่วงเดือน พ.ย. – ก.พ. ของทุกปี บ้านนาเลาใหม่และเส้นทางสายอำเภอเชียงดาว-ตำบลเมืองคอง ตลอดทั้งปี

สำหรับบ้านนาเลาใหม่ เป็นหมู่บ้านชนเผ่าลีซู ตั้งอยู่ที่อยู่ใจกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว มีสภาพภูมิทัศน์ที่สวยงามมองเห็นทิวเขาดอยหลวงเชียงดาวอย่างเด่นชัด เป็นพื้นที่พิเศษที่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ปัญหาการปลูกพืชเสพติด (ฝิ่น) โดยมีฝ่ายปกครองอำเภอเชียงดาวและโครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืน ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน เพื่อให้ชุมชนไม่กลับไปบุกรุกพื้นที่เพื่อปลูกพืชเสพติด (ฝิ่น) อย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 2558- 2559 บ้านนาเลาใหม่ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาชมความสวยงามของทิวทัศน์ดอยหลวงเชียงดาวเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดการขยายตัวของบ้านพักโฮมสเตย์อย่างรวดเร็ว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อำเภอเชียงดาวอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีกรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบการบุกรุกครอบครองพื้นที่ บริเวณบ้านนาเลาใหม่ ม.10 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

จากการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานฯเมื่อวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2559 พบว่ามีการดำเนินการในลักษณะการให้บริการบ้านพักนักท่องเที่ยว จำนวน 19 ราย จำนวนบ้านพัก 100 หลัง รวมพื้นที่ 19.83 ไร่ โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาและได้ข้อตกลงร่วมกัน ดังนี้(1) บ้านพักนักท่องเที่ยว ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการแจ้งครอบครอง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และมีร่องรอยการใช้ประโยชน์ก่อน ปี 2545 ให้รื้อถอนบ้านพักให้เหลือครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด ภายในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2559

(2) ให้คงเหลือบ้านพักนักท่องเที่ยว จำนวน 2 หลัง เท่านั้น ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 และอนุญาตให้มีการใช้พื้นที่กางเต็นท์ได้จำนวน 4 หลัง และระเบียงชมวิว 1 ระเบียง (3) บ้านพักนักท่องเที่ยว ที่ไม่มีร่องรอยการใช้ประโยชน์มาก่อน ปี 2545 ให้รื้อถอนทั้งหมด หากไม่ยินยอมจะดำเนินคดีตามกฎหมาย (4) ให้ดำรงรักษาวิถีชีวิตชนเผ่าลีซู การแต่งกายด้วยชุดประจำชนเผ่าลีซู และมีการสร้างศูนย์วัฒนธรรมชนเผ่าลีซู แสดงประเพณีวัฒนธรรมร่วมกับจำหน่ายของที่ระลึกของชนเผ่า โดยให้มีการประสานการออกแบบก่อสร้างร่วมกับเขต ฯ เชียงดาว ให้หมู่บ้าน มีพื้นที่การเกษตรปลูกผัก ไม้ผล และไม้ยืนต้น หากไม่มีการทำเกษตรภายใน 3 ปี จะขอคืนพื้นที่คืน

(5) ให้มีการบันทึกข้อตกลงยินยอมรื้อถอนที่พัก และปรับปรุงบริเวณสถานที่พัก เพื่อเป็นที่พักและลานกางเต็นท์ตามรูปแบบโฮมสเตย์ด้วยความสมัครใจ โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมช่วยรื้อถอนในเบื้องต้น(6) บ้านพักใดที่เข้าหลักเกณฑ์รูปแบบบ้านพักโฮมสเตย์ให้ทำเป็นบ้านพักตัวอย่าง

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เข้าตรวจติดตามสถานการณ์ บ้านพักนักท่องเที่ยวบ้านนาเลาใหม่ และมอบนโยบาย โดยได้น้อมนำศาสตร์พระราชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เรื่อง “ปลูกป่าในใจคน” เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ชุมชน ให้รักษาป่าอย่างยั่งยืน และเน้นในเรื่อง “ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก” ให้ป้องกันรักษาป่าไม่ให้มีการบุกรุกซ้ำ ป่าจะฟื้นคืนสภาพเองตามธรรมชาติ พร้อมทั้งเปิดโครงการจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวตามวิถีลีซอ บ้านนาเลาใหม่ ภายใต้ภายใต้คำขวัญที่ว่า “คืนวิถีลีซอ เพื่อพ่อของแผ่นดิน” โดยผู้ที่ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติการใช้ประโยชน์ที่ดินเข้าสู่โครงการฯจำนวน17ราย 34หลัง

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว กล่าวอีกว่า ทางเขตฯ ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ไม่ให้มีการขยายหรือบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติม โดยการลาดตระเวนตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้เรื่อยมา ผลการปฏิบัติงาน โดยเมื่อปี 2559 ได้แจ้งความดำเนินคดี จำนวน 15 คดี และปี 2562 แจ้งความดำเนินคดี จำนวน 5 คดี ประกอบด้วย 1) โฮมสเตย์ระเบียงดาว1 (ร้านค้า ยินยอมทำการรื้อถอนแล้ว)2) โฮมสเตย์ระเบียงดาว2 3) โฮมสเตย์ระเบียงดาว3 4) โฮมสเตย์บ้านฮักเฮือนสุข1

5) โฮมสเตย์บ้านฮักเฮือนสุข2(ทั้งหมดอยู่ระหว่างการบังคับ ม.25 พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ)

นายประกาศิต ชี้แจงอีกว่า ปัจจุบันไม่มีการบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่มเติม และได้มีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับชุมชน รวมถึงการทำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ร่วมกับชุมชนเป็นอย่างดี เช่น กิจกรรม “ปลูกป่าปลูกใจ ปลูกไว้ที่เชียงดาว ปี 62” เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 กิจกรรม “โครงการส่งเสริมการจัดการขยะในชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ” เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 และได้ดำเนินการจัดตั้งจุดสกัดบริเวณบ้านนาเลาใหม่ ร่วมกับหน่วยงานปกครองอำเภอเชียงดาว เจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อดูแลควบคุมพื้นที่ไม่ให้มีการกระผิดเกิดขึ้น

สำหรับบุคคลที่จะเข้าไปในพื้นที่เขตฯเชียงดาว บริเวณบ้านนาเลาใหม่ จะพิจารณาเฉพาะบุคคลที่ขออนุญาตเข้าไปในบ้านพักที่เข้าร่วมโครงการจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวตามวิถีลีซอ บ้านนาเลาใหม่ เมื่อปี2559 จำนวน17รายเท่านั้น ทั้งนี้จะต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่พิจารณาเป็นรายๆไปตามนัย มาตรา37 พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535 และถือปฏิบัติตามกฏกระทรวงฉบับที่7(พ.ศ.2538)

ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับรีสอร์ทในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จากการตรวจสอบพื้นที่พบการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดประเภทบริเวณท้องที่บ้านถ้ำ ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างชุมชนที่อยู่อาศัยกับพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ได้ดำเนินการเข้าตรวจยึดพื้นที่ที่เข้าข่ายนายทุนและโรงแรม จำนวน 6 ราย เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2562 ประกอบด้วย 1) เชียงดาวเนส 1 2) บ้านพักอาจารย์มนัส 3) บ้านดินเชียงดาว 4) วิลล่า เดอวิว 5) มาลี บังกะโล 6) บ้านสวนบุผา (ทั้งหมดอยู่ระหว่างการบังคับ ม.25 พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ)

ต่อมาเวลา 13.30น. ตัวแทนชาวบ้านบ้านนาเลา กลุ่ม 17 ราย ที่ได้รับอนุญาตเปิดโฮมสเตย์ ได้เดินทางมาที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อชี้แจงและแสดงหลักฐานประกอบการได้รับอนุญาตจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ให้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้รับฟังทราบข้อเท็จจริงทั้งสองด้าน ก่อนจะเดินทางกลับในเวลาต่อมา.

You may also like

เชียงดาวอบรมจิตอาสาดับไฟป่าสร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วมดูแลป่า

จำนวนผู้