รองแม่ทัพภาคที่ 3 ปรี๊ดต่างด้าวลอบเผาป่าแนะเนรเทศออกนอกประเทศ ขณะที่แม่ทัพน้อยฯเสริมกำลังหวังลดจุดความร้อน

รองแม่ทัพภาคที่ 3 ปรี๊ดต่างด้าวลอบเผาป่าแนะเนรเทศออกนอกประเทศ ขณะที่แม่ทัพน้อยฯเสริมกำลังหวังลดจุดความร้อน

แม่ทัพน้อยที่ 3 เผยเพิ่มกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว 5,759 นาย พร้อมจิตอาสาและอากาศยาน MI 17 เข้าดับไฟในจุดวิกฤติ เป้าหมายลดจุด Hot Sport แก้ปัญหาไฟป่าพื้นที่เข้าถึงยาก ด้านรองแม่ทัพภาคที่ 2 จี้ผู้ว่าฯเชียงใหม่ให้ตรวจสอบพื้นที่ลักลอบเผา ชี้อ้างหาของป่ากับต่างด้าวไม่พอ ยันต้องใช้ไม้แข็งหากไม่มีใบอนุญาตหรือเข้ามาทำงานไม่ตรงที่ขอต้องเนรเทศออกนอกประเทศ

พล.ท.สุภโชค   ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าวว่า วันนี้จัดกำลังเพิ่ม 5,759 นาย เป็นชุดเคลื่อนที่ เพิ่มความเข้มข้นการปฏิบัติการสนับสนุนการดับไฟ ลดจุด Hot Sport แก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันพื้นที่ โดยใช้อากาศยาน MI 17  4 ลำ ช่วยดับไฟในจุดวิกฤติ  โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย ซึ่งที่ผ่านมา ฮท.MI 17 ได้ขึ้นบินดับไฟ แล้วจำนวน  17 เที่ยวบิน   ใช้ปริมาณน้ำ   59,500 ลิตร

ด้าน พ.ท.ชวอรรถ   วงษ์มณี  ผู้บังคับกองพันบินที่ 3 กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก กล่าวว่า ศูนย์การบินทหารบกจังหวัดลพบุรีสนับสนุนอากาศยานในการดับไฟป่า ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จำนวน   4    ลำ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตาก มีสมรรถนะเป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางแบบแกนใบพัดเดี่ยว เครื่องยนต์เทอร์โบ ใช้กำลังเครื่องยนต์ 2,000 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 139 ไมล์ต่อชั่วโมง บินได้นาน 3 ชั่วโมง 10 นาที สามารถติดตั้งอุปกรณ์ดับไฟ Bambi Bucket บรรจุน้ำได้ 5,000 ลิตร

ทั้งนี้ การปฏิบัติงานดับไฟป่าจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของนักบินและเครื่อง ซึ่งทุกครั้งที่สภาพอากาศพร้อมทาง ฮท.จะวางแผนการทิ้งน้ำดับไฟกับหน่วยในพื้นที่พร้อมหาแหล่งน้ำเตรียมพร้อมในทุกวัน โดยการดับไฟจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ โดยเฉพาะบริเวณที่เกิดไฟป่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นเข้าดับไฟได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น ส่วนการทิ้งสกัดด้านหน้าไฟ เป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นและสามารถลดความร้อน นำไปสู่การดับไฟได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะทางภาคเหนือส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาสลับซับซ้อน การเดินเท้าหรือการเข้าถึงพื้นที่ที่เกิดไฟป่าจะค่อนข้างยากลำบาก หากนำอากาศยานที่มีศักยภาพและสมรรถนะที่ดีมาใช้จะทำให้สามารถลดพื้นที่ป่าไม้ที่สูญเสียจากเหตุไฟป่าในภาคเหนือได้เป็นอย่างดี

ทางด้านพลตรีบัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า จากการที่ผวจ.เชียงใหม่จะจัดประชุมร่วมกับนายอำเภอที่เกี่ยวข้อง ที่มีจำนวน Hotspot เพิ่มมากขึ้น เพื่อหาวิธีการแก้ไข โดยใช้วิธีการ Video Conference โดยฝากข้อคิดในหลายประเด็น ประการแรก การทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ  แต่คนที่เขียนโจมตีหรือบิดเบือนการทำงาน จะอ้างอิงวาทกรรมวิถีชีวิตกับการเข้าป่าคือการทำมาหากิน หรือแม้แต่เรื่องเห็ดถอบ จึงขอให้อย่าใส่ใจ แต่ควรช่วยกัน เพราะว่าปัญหาทั้งมวลที่เกิดขึ้นและมาอ้างเช่นนี้กับคนบางคนที่กล่าวอ้าง แต่ทำให้คนทั้งจังหวัดกว่าล้านคนเดือดร้อน,เศรษฐกิจของประเทศมีปัญหาเพราะการเข้าป่าและไปจุดไฟ

ประการที่สอง พื้นที่เมือง,พื้นที่เกษตรได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ทุกส่วนและประชาชนแทบจะไม่มีปรากฏการณ์ของควันพิษเพิ่มจาก 2 จุดนี้แล้ว มีแต่พื้นที่ป่าเขา และจากที่ทำสถิติพบว่านับวันจะเผาลึกเข้าไปเรื่อยๆนั่นหมายความว่ามีการเผา แน่นอนและไม่เชื่อว่าเป็นไฟป่าที่เกิดเองตามธรรมชาติ

ประการที่สาม จากประการที่สองที่มีการไปเผาและทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจได้ช่วยกันจับกุม หรือแม้แต่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวข้อง ช่วยทำการจับกุมและพบว่าบางส่วนเป็นชนต่างด้าวเข้าไปหาของป่า หรือเป็นคนต่างพื้นที่ก็แล้วแต่ ขอเสนอแนะคือคนต่างด้าว ต้องเนรเทศ ต้องตรวจว่าเข้ามาทำงาน ถูกต้องไหม ถ้าใบอนุญาตเข้ามาทำงาน เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด และปล่อยให้มาทำอย่างนี้  คิดว่าไม่ถูกต้อง  ต้องบันทึกลงทะเบียนและเนรเทศไม่ให้เข้ากลับมาอีก ส่วนถ้าเป็นคนไทยต่างพื้นที่เข้าป่ามา ต้องสอบสวนให้ได้ว่ามาทำไม มาทำอะไรไม่ใช่อ้างอย่างเดียวว่าเข้าป่าล่าสัตว์  ใครๆ ก็อ้างได้มันต้องให้ตำรวจสอบสวนเชิงลึก เพราะเชื่อว่าอันนี้คือ Lesson Learn บทเรียนมนุษย์ในการเผาป่า

ประการที่4 นายกรัฐมนตรีให้ข้อคิดเกี่ยวกับทำแนวกันไฟ ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะทุกวันนี้เราจัดชุดเข้าไปป้องกันและควบคุมพื้นที่และดับไฟ และชี้จุดไฟไหม้แล้วก็วางแผนส่งเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำ หรือใช้คนเข้าไปดับ ทำอยู่แล้วแต่ถ้าเข้าไปในพื้นที่และร่วมพิจารณาในภาพรวมของภูมิประเทศ จะเห็นทิศทางลมทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืน ถ้าสามารถทำแนวกันไฟก็หมายถึงว่าจะมี Lesson Learn บทหนึ่งว่า ในเขตป่าไม้ ในเขตอุทยานแนวกันไฟและระบบป่าเปียกควรอยู่ ณ จุดใด ซึ่งนั่นหมายความว่ามันจะเป็นแผนปฏิบัติอย่างยั่งยืนที่จะต้องบูรณาการทำแผนกันใหม่ เพื่อรับมือในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ประกาศที่ 5  ขอเพิ่มเติมแนวกันไฟไหม้ที่จะทำที่ดอยหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ประกาศเชิญชวนประชาชนจิตอาสาไปช่วยทำ แต่ขอให้อยู่ในความควบคุมที่ถูกต้อง เป็นระบบเป็นแนวที่ใช้ได้จริงและสามารถใช้เป็น Lesson Learn ที่จะทำอย่างถาวรในปีต่อๆ ไป จึงฝากผวจ.เชียงใหม่ช่วยพิจารณาในที่ประชุมเพิ่มเติมด้วย.

You may also like

แบกเป้ขึ้นดอยไปอมก๋อย ส่องกิจกรรม“ซีพีอาสา เพื่อสุขภาพน้องพี่ชาวซิแบร”

จำนวนผู้