มช.เปิดตัวโครงการเชื่อมการค้าผ่าน R3A และโครงข่ายรถไฟ China-Pan Asia” ตั้งเป้ากระจายสินค้าข้ามแดนสู่ตลาดจีน-ยุโรป

มช.เปิดตัวโครงการเชื่อมการค้าผ่าน R3A และโครงข่ายรถไฟ China-Pan Asia” ตั้งเป้ากระจายสินค้าข้ามแดนสู่ตลาดจีน-ยุโรป

- in headline, mekong focus, อาเซียน +3, เศรษฐกิจ

มช.เปิดตัวโครงการเชื่อมการค้าผ่าน R3A และโครงข่ายรถไฟ China-Pan Asia” โดยการสนับสนุนจากกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง ตั้งเป้าปั้นเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของให้เป็นศูนย์กลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross Border E-Commerce : CBEC) เพื่อส่งออกสินค้าไทย เชื่อมเขตการค้าเสรีคุนหมิง โดยสร้างต้นแบบธุรกิจ CBEC พร้อมอาศัยโครงข่ายรถไฟของจีนที่ กระจายสินค้าไปในจีนและเชื่อมถึงยุโรป     

เมื่อบ่ายวันที่ 10 ก.พ.64 ที่ห้องประชุม นิมมาน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ (One Nimman) จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์บริการ China Intelligence Center (CIC) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานเปิดตัว (Opening Ceremony) โครงการ “สร้างโอกาสสำหรับการค้าข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง จากการ พัฒนาเส้นทาง R3A และโครงข่ายรถไฟ China-Pan Asia”โดยมีนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานเปิดงานร่วมกับรองศาสตราจารย์โรม จิรานุกรม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,นายอู๋ จื้ออู่ กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่และดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ   หัวหน้าศูนย์ China Intelligence Center (CIC) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมด้วย

รองศาสตราจารย์โรม จิรานุกรม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้รับความไว้วางใจจากกรมเจรจาการค้า กระทรวงพาณิชย์ และกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้างแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ทำหน้าที่วิจัยเพื่อเสนอแนะกำหนดทิศทางการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนในเส้นทาง R3A สำหรับการค้าในรูปแบบ Cross Border E-commerce และการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายรถไฟจีนเพื่อการขนส่งสินค้าสู่ปลายทางในทวีปยุโรป ด้วยงบประมาณ  452,600 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 14 ล้านบาท เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อการฝึกอบรมผู้ประกอบการ บุคลากร ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนระหว่างประเทศไทย ประเทศจีนกับประเทศอื่นๆในกลุ่มความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เพื่อมุ่งสู่โลกาภิวัตน์ใหม่ที่ทุกๆประเทศสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ การดำเนินโครงการมีศูนย์ China Intelligence Center (CIC) หน่วยงานดำเนินการ ภายใต้สังกัดของวิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยจะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 3 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2566

ขณะที่นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการสร้างโอกาสสำหรับการค้าข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง จากการพัฒนาเส้นทาง R3A และโครงข่ายรถไฟ China-Pan Asia โดย ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ ศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับนโยบายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross Border E-Commerce: CBEC) เสนอแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ ให้เป็นศูนย์กลาง CBEC ส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยผ่านเส้นทาง R3A และเขตการค้าเสรีคุนหมิง โดยสร้างต้นแบบธุรกิจ CBEC และจัดฝึกอบรมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้สามารถส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดจีน โดยใช้ประโยชน์จากเส้นทาง R3A และโครงข่ายรถไฟของจีนที่สร้างเชื่อมต่อลงมาจากคุนหมิงถึงบ่อหาน เพื่อกระจายสินค้าไปในจีนและเชื่อมถึงยุโรป

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังอยู่ระหว่างดำเนินโครงการอื่นๆ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง ก่อนหน้านี้ 4 โครงการ เป็นจำนวนเงินกว่า 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 52 ล้านบาท ประกอบด้วย 1) โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดน 2) โครงการพัฒนาการอำนวยความสะดวกตามแนวชายแดน 3) โครงการจัดกิจกรรมเวทีภาคธุรกิจแม่โขง-ล้านช้าง และ 4) โครงการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในเขตชนบท

ทั้งนี้ กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ประกอบด้วย สมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน มีความร่วมมือสำคัญ 5 สาขา ได้แก่ ความเชื่อมโยง การพัฒนาศักยภาพในการผลิต ความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามพรมแดน ความร่วมมือทรัพยากรน้ำ เเละการเกษตรและการลดความยากจน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบให้เป็นหน่วยประสานงานหลักของไทย ในสาขาความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามพรมแดน สำหรับในปี 2563 (ม.ค.-ต.ค.) การค้าระหว่างไทยกับสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง มีมูลค่า 95,006 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกมูลค่า 44,479 ล้านเหรียญสหรัฐ และการนำเข้ามูลค่า 50,527 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้านดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ   หัวหน้าศูนย์ China Intelligence Center (CIC) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เปิดเผยถึงรายละเอียดการดำเนินโครงการฯ ว่า    ทางศูนย์จะดำเนินโครงการนี้ให้บรรลุวัตถุประสงค์สำคัญคือ การศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง Cross Border E-Commerce เพื่อผลักดันการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของให้เป็นศูนย์กลาง CBEC อันจะทำให้ขั้นตอนการส่งออกสินค้าไทยผ่านเส้นทาง R3A และเขตการค้าเสรีคุนหมิงได้สะดวกขึ้น โดยอาศัยประโยชน์จากเส้นทาง R3A และโครงข่ายรถไฟของจีนที่สร้างเชื่อมต่อลงมาจากคุนหมิงถึงบ่อหาน เพื่อกระจายสินค้าไปในจีนและเชื่อมถึงยุโรปได้ในอนาคต

นอกจากนั้นทางศูนย์ฯ ยังจะได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ ระหว่างวิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ China Intelligence Center โดยการสนับสนุนของกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง แผนงานคนไทย 4.0 โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และเครือข่ายธุรกิจ  Biz Club ประเทศไทย เพื่อ  สร้างหลักสูตรการพัฒนาผู้ประกอบการจากฐานของงานวิจัย สร้างโอกาสทางการตลาดสินค้าของเครือข่ายธุรกิจที่จะสามารถเชื่อมโยงในการทำตลาดร่วมกัน การดำเนินกิจกรรมภายในโครงการฯ  รวมถึงการจัดฝึกอบรม สัมมนาร่วมกัน การร่วมจัดงานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ การแนะนำใช้ระบบการค้าแบบ O2O E-commerce ทั้งเพื่อสนับสนุนการค้าภายในประเทศและกรอบการค้าข้ามพรมแดน ในเขตการค้าล้านช้าง-แม่โขง และเขตทางการค้าอื่นๆ เป็นต้น

สำหรับกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง หรือ Mekong – Lancang Cooperation ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน ใน 2 มณฑล ได้แก่ มณฑลยูนนาน และเขตปกครองพิเศษกว่างซีจ้วง มีพื้นที่ความร่วมมือนี้มีประมาณ 2,600,000  ตารางกิโลเมตร ประชากรรวมประมาณ 350 ล้านคน     โดยผู้นำจีนประกาศจัดตั้งกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง (MLC Specia Fund)  โดยสนับสนุนเงิน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเวลา 5 ปี ความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เพื่อสนับสนุนโครงการเร่งด่วนซึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนโครงการและความร่วมมือต่าง ๆ ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ส่วนทางด้านนายอู๋ จื้ออู่ กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง หรือ Mekong – Lancang Cooperation(MLC)ริเริ่มมาจากรัฐบาลไทยเมื่อปี 2012 ที่เสนอให้มีการจัดประชุมนานาชาติเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและจีนได้รับไปพิจารณาและในปี 2015 ได้มีการประชุมครั้งแรกที่เชียงรุ้งและชื่อความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง หรือ Mekong – Lancang Cooperationก็เป็นชื่อที่ไทยเป็นผู้ตั้ง

“ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับประเทศต่างๆ ในลุ่มน้ำล้านช้างและแม่โขง ซึ่งมีเป้าหมายว่าจะนำมาซึ่งการแบ่งผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ จึงทำให้โครงการนี้ได้รับการพัฒนามาอย่างรวดเร็ว แม้จะมีการแพร่ระบาดโควิด19 แต่ผู้นำ  6 ประเทศก็ยังมีการประชุมผ่านระบบคอนเฟอเร้นท์และออกแถลงการณ์ร่วมกันเกี่ยวกับการประสานเชื่อมโยง MLC กับระเบียงการค้าระหว่างประเทศทั้งทางบกและทางทะเล เพื่อให้โครงการนี้ได้พัฒนาไปอย่างมีประสิทธิผลและมีการเสนอตั้งกองทุนพิเศษเพื่อประโยชน์ของMLC  ให้กับประเทศต่างๆ 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯสำหรับโครงการวิจัยขนาดกลางและขนาดเล็ก”กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ กล่าวและว่า

จีนมีเป้าหมายในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้ปีที่ผ่านมาจะมีปัญหาการแพร่ระบาดโควิดที่อู่ฮั่น แต่ด้วยการจัดการที่เฉียบขาดและมีประสิทธิผลทำให้สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ระดับหนึ่งและประสบผลสำเร็จ ทำให้เศรษฐกิจของจีนก็ยังเติบโตถึงร้อยละ  2.3 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา GDP รวมมากกว่า 1 ร้อยล้านล้านหยวนหรือ 14.7 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากเฉลี่ยต่อหัวของประชากร 1,400 ล้านคนมี GDP มากกว่า  1 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ และจีนยังรักษาสถานะเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก และปีที่ผ่านมาจีนยังสามารถขจัดความยากจนตามมาตรฐานของธนาคารโลกได้ โดยสามารถทำให้หมู่บ้านสุดท้ายในเมืองกุ้ยโจวได้หลุดพ้นจากหมู่บ้านยากจนได้ และจีนยังพัฒนาเปิดประตูสู่โลกภายนอกและสร้างความร่วมมือโดยสร้างเขตการค้าเสรีถึง  21 เขต  ซึ่งนครคุนหมิง ของจีนก็จะเป็นอีกประตูหนึ่งที่เชื่อมคาบสมุทรอินโดจีนและยูโรเซียด้วย  ซึ่งการเชื่อมต่อยุโรปผ่านจีนต้องผ่านเอเชียกลางนั้น ตอนนี้จีนและยุโรปมีการเปิดเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงกันถึง 12,040 ขบวน  โดยทุกเดือนจะมีมากกว่า 1 พันขบวนออกจากเมืองต่างๆ ของจีนไปยังยุโรปโดยมีถึง 29 เมืองของจีนที่สามารถเดินทางไปได้  สำหรับโครงการในครั้งนี้จะสามารถตอบโจทย์ให้ภาคเหนือของไทยกับประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อประชาชนของประชาชนในพื้นที่ด้วย.

You may also like

เชียงใหม่เริ่มบริหารเชื้อเพลิงพื้นที่โซนเหนือเกือบ 5 แสนไร่ จับตาเชียงดาว-พร้าว

จำนวนผู้