ผู้ว่าฯเชียงใหม่สั่งปิดป่าทุกแห่งกำชับนอภ.เรียกคนหาของป่ามาพูดคุยและจัดอบรมเปลี่ยนอาชีพ

ผู้ว่าฯเชียงใหม่สั่งปิดป่าทุกแห่งกำชับนอภ.เรียกคนหาของป่ามาพูดคุยและจัดอบรมเปลี่ยนอาชีพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งปิดป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์ทุกแห่ง กำชับนายอำเภอจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอาชีพหาของป่าและทำกินในเขตป่า เพื่ออบรมเปลี่ยนอาชีพภายใน 7 วัน หลังสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันกลับมารุนแรง คุณภาพอากาศวิกฤตอันดับ1ของโลก

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 มี.ค.62  นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกประชุมด่วนนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ สรุปสถานการณ์ไฟป่า หลังพบจุดความร้อนสะสมมากถึง1ร้อย 85 จุด ส่วนใหญ่เกิดในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ในอำเภอทางตอนเหนือ คือแม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม2.5 สูงเกินมาตรฐาน เป็นสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้เว็บไซด์ Airvisaul ซึ่งจัดอันดับคุณภาพอากาศในเมืองต่างๆ ของโลก พบว่าคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ในขั้นวิกฤตอันดับ 1 ของโลกเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้(11 มี.ค.)

            ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ที่ยังน่าเป็นห่วงและมีความเสี่ยงมากเช่น เชียงดาว แม่แจ่ม จอมทอง ฮอดซึ่งพบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้น และส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ และทุกพื้นที่ก็มีความร่วมมือทั้งจากฝ่ายปกครอง ทหาร ป่าไม้และชุมชนเข้าไปดับไฟ แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดไฟป่าบ้านแม่เหียะใน เขตอุทยานฯดอยสุเทพฯซึ่งคนที่รักสุขภาพจะตื่นตัวกันมากและออกมาพูดกันเรื่องนี้ ทางจังหวัดก็เชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มาพูดคุยร่วมกับทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และสำนักบริหารจัดการป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ซึ่งได้ให้ไปดำเนินการประกาศปิดป่าและมีการตรวจคนเข้า-ออก จัดทำบัญชีผู้มีอาชีพหาของป่า ชี้แจงทำความเข้าใจพร้อมทั้งเริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยนอาชีพ  และดำเนินการตามกฎหมายหากพบมีการเผาป่า

“ตอนนี้ก็เชิญนายอำเภอทั้ง 25 แห่งมาพูดคุย พื้นที่ไหนที่มีความเสี่ยงสูงจะเกิดไฟเยอะๆ ก็ขอให้ทางอำเภอเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาชีพหาของป่า ผู้ที่ทำกินพื้นที่ป่า จัดทำบัญชีและทำการตรวจค้นการเข้า-ออกป่า           ห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าเขตป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต จนกว่าจะพ้นฤดูไฟป่าหมอกควัน โดยให้แต่ละอำเภอรายงานผลมาภายใน 7 วันนับจากนี้ และให้ชุมชนลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมทั้งจับกุมดำเนินคดีผู้บุกรุกเผาป่าอย่างเด็ดขาด หลังจับกุมได้เพียง 2 ราย ที่อำเภอเชียงดาวและแม่แจ่ม รวมถึงมีรางวัลนำจับ 5,000 บาทสำหรับผู้ให้เบาะแสการเผาป่าและนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีจนศาลตัดสินก็จะได้รับเงินรางวัลดังกล่าวด้วย”นายศุภชัย กล่าวและชี้แจงอีกว่า

ปีนี้ยอมรับว่าจุดความร้อนหรือ Hot Spot เพิ่มขึ้นจากปีก่อนและพื้นที่ป่าถูกไฟเผาไหม้มากกว่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในขณะนี้ได้ปรับแผนในเรื่องของซิงเกิ้ลคอมมาน โดยให้จังหวัดและอำเภอประสานสั่งการโดยตรง และเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อส่งข่าวให้รวดเร็ว โดยเฉพาะหลังจากที่ได้รับรายงานจากระบบดาวเทียม จากVIIRS ซึ่งใช้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้ดับไฟให้เข้าถึงไฟได้อย่างถูกต้องและดับได้อย่างรวดเร็ว เพื่อมิให้เกิดเป็นจุดHP ขนาดใหญ่ ที่ดาวเทียมระบบMODIS ตรวจจับได้ มีการจัดสรรงบประมาณของกลุ่มจังหวัดลงทุกอำเภอ และต้องยอมรับว่าปีนี้ความแห้งแล้งมีมาก แต่สภาพอากาศหากเปรียบเทียบปีนี้กับปีที่ผ่านมาปีนี้ดีกว่ามาก.

 

You may also like

หมอกควันวิกฤตรุนแรง 3 สายการบินร่อนลงสนามบินเชียงใหม่ไม่ได้ แม่ทัพภาคที่ 3 เต้นเรียกนอภ.เข้าหารือหลังเลือกตั้ง

จำนวนผู้