ผู้ว่าฯเชียงใหม่คาดจะสามารถฝ่าวิกฤตฝุ่นควันปีนี้ได้ ย้ำเอาจริงห้ามเผาขยะมูลฝอย และริมทาง พบเจอแจ้ง191 หรือผู้นำท้องถิ่น

ผู้ว่าฯเชียงใหม่คาดจะสามารถฝ่าวิกฤตฝุ่นควันปีนี้ได้ ย้ำเอาจริงห้ามเผาขยะมูลฝอย และริมทาง พบเจอแจ้ง191 หรือผู้นำท้องถิ่น

ผู้ว่าฯเชียงใหม่คาดจะสามารถฝ่าวิกฤตฝุ่นควันปีนี้ได้ ย้ำเอาจริงห้ามเผาขยะมูลฝอย และริมทาง พบเจอแจ้ง191 หรือผู้นำท้องถิ่น ชวนโหลดแอพพลิเคชั่น Air CMI ใช้เป็นค่ามาตรฐานกลางตรวจวัดคุณภาพอากาศ พร้อมมีช่องทางแจ้งพบการเผา ขณะที่สาธารณสุขสำรวจตัวเลขกลุ่มเสี่ยงกว่า 5 แสนคนพร้อมเฝ้าระวังและเตรียมแจกหน้ากากอนามัยผ่านรพ.สต.

เมื่อวันที่ 15 ม.ค.63 ที่หอประชุม 80 พรรษา นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในการแถลงข่าวสื่อมวลชนถึงแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันว่า เนื่องจากปีนี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูเกินค่ามาตรฐานเร็วกว่าทุกๆ ปี โดยเกิดในช่วงปลายปีที่ผ่านมาครั้งหนึ่งและเมื่อ 13 ม.ค.ที่ผ่านมาจึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบมาประเมินสถานการณ์ ซึ่งพบสาเหตว่าเนื่องจากพื้นที่รอบๆ เชียงใหม่มีการเผา ประกอบกับทิศทางลมที่หอบพัดฝุ่นควันเข้ามา ขณะที่ความกดอากาศที่ทำให้ฝุ่นถูกกดอีกจึงทำให้สภาพอากาศไม่หมุนเวียน ขณะที่ประชาชนใช้ดอยสุเทพเป็นตัวชี้วัดหากดอยสุเทพหายก็แสดงว่าอากาศแย่ และโชคดีตอนนี้สภาพอากาศเริ่มคลี่คลาย และทางเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติงานกันอย่างเต็มที่

ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ช่วงนี้ต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ที่มีความจำเป็น ซึ่งให้ทางอำเภอเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่และวางแผนร่วมกันเพื่อจะให้มีผลกระทบน้อยที่สุด แต่หากเป็นขยะมูลฝอยขอความร่วมมือประชาชนให้ละเว้นการเผา ซึ่งการออกประกาศจังหวัดเมื่อ 12 ม.ค.63 เป็นการกำหนดเขตควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิดและมาตรการทางกฎหมายในการควบคุม หากพบมีการเผาให้แจ้งประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย

“ถ้าหากคุณภาพอากาศอยู่ในช่วงวิกฤตคือเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนก็จะมีการแจ้งเตือนประชาชน เพื่อให้เกิดเอกภาพและไม่สับสนในข้อมูลได้ให้สาธารณสุขจังหวัดสร้างกลไกขึ้นมาเมื่อได้รับแจ้งจะสร้างการรับรู้ลงสู่ระดับพื้นที่ผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เช่น มีการปักธงสีแสดงสัญลักษณ์และให้ใช้ อสม.ซึ่งเป็นกลไกย่อยของสาธารณสุขกระจายข่าวลงระดับหมู่บ้าน”นายเจริญฤทธิ์ กล่าวและชี้แจงอีกว่า

ปัจจุบันมีเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ติดตั้งไว้ทุกตำบลใน 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็น Local censor และทางสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป.ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ กรมควบคุมมลพิษ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรมอนามัยได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นAir CMI ขึ้นมาและเชื่อมโยงเครื่องมือดังกล่าว เพื่อใช้เป็นค่ามาตรฐานกลางในการตรวจวัดคุณภาพอากาศซึ่งนำร่องที่จังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนที่มีสมาร์ทโฟนสามารถดาวน์โหลดมใช้ได้ ซึ่งแอพฯนี้จะได้ค่าคุณภาพอากาศที่ใกล้เคียงที่สุดในรัศมีที่ตรวจจับและเป็นประโยชน์กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

ด้านนายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวสำหรับพื้นที่อำเภอรอบนอก ผวจ.เชียงใหม่ได้สั่งการเมื่อ 27 ธ.ค.โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 พื้นที่คือพื้นที่เกษตร พื้นที่ป่า พื้นที่ริมทางและชุมชน โดยให้แต่ละพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ดูแล หากมีความจำเป็นต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อประสานจังหวัดพิจารณาตรวจสอบและทำแผนบริหารจัดการต่อไป

ขณะที่นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในเขตชุมชนเมืองได้มอบหมายให้อบจ.เชียงใหม่และเทศบาลนครเชียงใหม่ดำเนินการในเรื่องกิจกรรมรณรงค์ที่ทำร่วมกับสภาลมหายใจซึ่งมีกิจกรรมในทุกสัปดาห์และอบจ.เชียงใหม่มีศูนย์ปฏิบัติการฯในการรับแจ้งพบการเผาผ่านแอพพลิเคชั่นผ่อ-ดี-ดี นอกจากนี้ยังมีการสร้างพื้นที่ปลอดฝุ่นหรือเซฟตี้โซนที่รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งและให้อปท.ที่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่งจัดทำห้องปลอดฝุ่นด้วย รวมทั้งโรงเรียนต่างๆ โดยใช้ห้องสมุดเป็นห้องปลอดฝุ่น และได้จัดซื้อหน้ากากอนามัยแจกจ่าย รวมถึงประสานห้างสรรพสินค้าและร้านกาแฟ ร้านอาหารจัดทำเซฟตี้โซนซึ่งมี 21 แห่งที่สมัครเข้ามาและทางสาธารณสุขจะตั้งกรรมการเข้าไปตรวจประเมินต่อไป

ทางด้านพ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงษ์สิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า ทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดทำชาร์ตประชาสัมพันธ์การรับแจ้งเหตุการณ์เผาและโทษต่าง ๆ โดยให้ 38 สภ.ใน 25 อำเภอประสานขับเคลื่อนในพื้นที่และใช้เบอร์ 191 ในการรับแจ้งเหตุ ตลอดจนสั่งการไปยังสภ.ในพื้นที่ มีการตั้งกลุ่มไลน์ที่จะประสานข้อมูล สั่งการและตรวจติดตามรายงานผลด้วย

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในปีนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าแผนงานและแนวทางที่วางไว้จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นควัน ไฟป่าได้ ซึ่งปีนี้แม้ฝุ่นควันจะมาเร็วแต่จำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นก็ยังถือว่าน้อยอยู่ จะมีมากในห้วงเดือนกุมภาพันธ์หลังสัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไปแต่อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่ายังไม่มีรายงานตัวเลขของผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควัน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีการสำรวจกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มเสี่ยงแบ่งเป็น 5 กลุ่มคือผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปซึ่งมีอยู่ 1.17 หมื่นคน กลุ่มผู้ป่วยหอบ หืดมีจำนวน 3.8 หมื่นคน กลุ่มผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ 3.4 หมื่นคน และกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจหลอดเลือด 2.26 หมื่นคนรวมทั้ง 5 กลุ่มกว่า 5.39 แสนคน ซึ่งได้มีการเฝ้าระวังและเตรียมแจกจ่ายหน้ากาก N95 แล้วโดยผ่านทางรพ.สต. ซึ่งก็เชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันจะช่วยกันทำให้สถานการณ์ปีนี้ดีขึ้นได้.

You may also like

ตำรวจจับรายที่ 3 หนุ่มวัย 19 ปีชาวดอยเต่าเผาเศษขยะ กิ่งไม้แห้งข้างทาง อ้างไม่รู้ประกาศห้ามเผาฯ

จำนวนผู้