ผู้ป่วยเข้าข่ายรายที่ 10 นศ.แลกเปลี่ยนกลับไปเฝ้าดูอาการที่รพ.ลำพูน ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนหวาดระแวงกันเอง

ผู้ป่วยเข้าข่ายรายที่ 10 นศ.แลกเปลี่ยนกลับไปเฝ้าดูอาการที่รพ.ลำพูน ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนหวาดระแวงกันเอง

เชียงใหม่พบผู้ป่วยเข้าข่ายรายที่ 10 เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนกลับจากจีน ขณะนี้รอผลตรวจแต่กลับไปอยู่ในระบบเฝ้าระวังที่รพ.ลำพูน ผู้ว่าฯเชียงใหม่ยอมรับพื้นที่อ่อนไหววอนกระทรวงสาธารณสุขเปิดทางให้แถลงชี้แจงรายวันเพื่อเรียกความเชื่อมั่น ด่านควบคุมโรคสนามบินยอมรับตรวจคัดกรองเฉพาะนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หน.หนังสือเดินทางเชียงใหม่ห่วงกลุ่มที่ได้รับอนุญาตให้ท่องเที่ยวก่อนจีนสั่งปิดประเทศจะเดินทางเข้ามาอีก การท่าฯแจงไม่สามารถสั่งห้ามหรือยกเลิกเข้าเมืองได้ตามข้อตกลง

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 26 ม.ค.63 ที่ห้องประชุมสำนักงานท่าอากาศยานเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่โดยผวจ.เชียงใหม่ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องชี้แจงถึงมาตรการที่ดำเนินการต่อสื่อมวลชนก่อนในช่วงแรก และตอบข้อซักถามเบื้องต้นก่อนที่จะขอประชุมหารือเป็นการภายใน

นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู๋ฮั่นตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมจนถึงปัจจุบัน โดยติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเพื่อคัดกรองผู้ที่ต้องสงสัยหากตรวจวัดพบว่ามีไข้สูงเกิน 38 องศา ทั้งนี้มีเที่ยวบินจากอู๋ฮั่น-เชียงใหม่,เชียงใหม่-อู๋ฮั่น  3 วันต่อสัปดาห์ รวม 6 เที่ยวบิน ซึ่งพบผู้ที่เข้าข่ายเพราะมีไข้สูงจำนวน 2 รายโดยได้นำตัวส่งรพ.นครพิงค์ โดยเหลือเพียงอีก 1 รายที่รอผลยืนยัน

ผอ.ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีการงดบินอู๋ฮั่น-เชียงใหม่,เชียงใหม่-อู๋ฮั่น มีนักท่องเที่ยวจีนที่ตกค้างจำนวน 120 คน ทางไชน่าแอร์ไลน์และการบินไทยได้รับดูแลส่งต่อนักท่องเที่ยวดังกล่าวเพื่อส่งกลับจีนไปยังเมืองที่ใกล้เคียงเช่นปักกิ่ง จึงไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่เชียงใหม่ ในส่วนของสายการบินจีนเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ตามปกติ และมีการยกเลิกเส้นทางการบินเฉพาะเมืองอู่ฮั่นเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถปิดเส้นทางการบินได้ เพราะมีการขออนุญาตและได้รับสิทธิการบินเข้าไทยโดยผ่านกรมการบินพลเรือนแล้ว ยกเว้นทางการจีนจะปิดเมืองห้ามออก สายการบินเองก็คงไม่มีอำนาจไปห้าม ซึ่งปกติจะมีเที่ยวบินจากจีน ฮ่องกงและไต้หวันบินมาที่เชียงใหม่ช่วงวันที่ 20-29 มกราคมวันละ 50 เที่ยว เฉพาะช่วงตรุษจีนเพิ่มเป็น 60 เที่ยวต่อวัน จากผู้โดยสารปกติวันละ 5,000 คนก็เพิ่มเป็น 6,000 คนต่อวัน โดยผู้โดยสารที่เพิ่มมาจากเฉินตู หนานหนิง เซี่ยงไฮ้และกวางโจว

ขณะที่นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่พบเพียงผู้ที่เข้าข่าย ยังไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโคโรน่า ซึ่งได้เชิญตัวมาคัดแยกอยู่ในห้องผู้ป่วยต้องสงสัยตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมจนถึงปัจจุบันมีจำนวน 9 ราย ซึ่ง 6 รายมีผลตรวจพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าไม่ได้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดโคโรน่า แต่อีก 3 รายยังรอผลจากแล็ป ซึ่งเพิ่งได้รับตัวมาเมื่อคืนวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

“ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้มีทีมเฝ้าระวังและมีการประสานการทำงานกับโรงพยาบาลเอกชนและคลีนิกทุกแห่งที่ให้ช่วยคัดกรองผู้ป่วยและส่งต่อหากพบว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนหรือมีประวัติไปอู๋ฮั่นมา และยอมรับว่าเรื่องการพบตัวผู้ป่วยเข้าข่ายต้องสงสัยไม่นิ่งก็มีเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งนี้จึงต้องขอความร่วมมือจากทางสายการบินให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทราบกรณีหากเจ็บป่วยในเชียงใหม่และมีอาการหลังจากที่ผ่านการคัดกรองที่สนามบินแล้วมาเจ็บป่วยภายหลังให้เข้าสู่กระบวนการรักษาด้วย”รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวชี้แจง

ทางด้านตัวแทนเอกชนที่มาจากบริษัทนำเที่ยวรายหนึ่ง กล่าวว่า ตอนนี้ที่เป็นห่วงและกังวลคือลูกค้าจีนบางรายที่มาจากอู่ฮั่นไม่ยอมกลับบ้านเพราะเขากลัว และอีกส่วนหนึ่งคือตั้งใจออกมาเที่ยวแล้ว และบางคนคิดว่าตัวเองป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดากินยาเอา แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่านักท่องเที่ยวคนไหนเข้าข่ายติดไวรัสโคโรน่า เพราะนักท่องเที่ยวบางคนมากับรถไม่ได้ผ่านท่าอากาศยาน ไม่ได้ผ่านจุดคัดกรองที่สนามบิน

“เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวาน(25 ม.ค.)ไกด์รับนักท่องเที่ยวขึ้นรถตู้เพื่อจะไปตามโปรแกรมซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวมาจากจุดต่างๆ  นักท่องเที่ยวเขาก็ถามกันว่ามาจากเมืองไหน แต่เมื่อวานมี 2 รายบอกว่ามาจากอู๋ฮั่นเท่านั้นแหละนักท่องเที่ยวคนอื่นไล่ลงรถไม่ให้ไปด้วยเลย กลายเป็นนักท่องเที่ยวจีนไล่นักท่องเที่ยวจีน กลัวกันเอง คือตอนนี้ความรู้สึกของนักท่องเที่ยวที่มาเชียงใหม่เกิดความหวาดระแวง บางกรุ๊ปที่นำเที่ยวซึ่งก็เป็นนักท่องเที่ยวจีนที่มาจากหลายๆ ที่ พอมีคนไอก็จะตื่นกลัวกันมาก และในรถก็จะมีบริการหมอนหนุนต้นคอกับผ้าห่มบนรถด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวจีนไม่กล้าใช้สิ่งของเหล่านี้เพราะนักท่องเที่ยวหวาดระแวงกลัวจะติดเชื้อ และจากการสังเกตจะพบว่าแม้นักท่องเที่ยวจะไปเที่ยวตามโปรแกรม แต่มีความหวาดระแวงและกลัวไปทุกอย่าง ไปปางช้างก็ไม่กล้าจับช้าง ไม่กล้าถ่ายรูปด้วย ซึ่งเราไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวของเรา”เจ้าของบริษัทนำเที่ยวรายหนึ่งกล่าวในที่ประชุม

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ ได้สั่งการในที่ประชุม ให้สำนักงานสาธารณสุขจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทุกวันในเวลา 10.00 น.เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาความตื่นตระหนกจากการแชร์ข่าวลวง ส่วนเรื่องของมาตรการการสร้างความเชื่อมั่นของหน่วยงานราชการ จะมีการประชุมหารือและนำข้อสรุปดังกล่าวแถลงในวันพรุ่งนี้(27ม.ค.) ส่วนกรณีเรื่องนักศึกษาแลกเปลี่ยนจีนที่มีรายงานว่าป่วยนั้น ในขณะนี้ทางมช.แจ้งว่าได้ส่งตัวนักศึกษา 1 รายที่เข้าข่ายเพราะมีไข้สูง ไอไปที่รพ.สวนดอกแล้วและหลังจากตรวจ คัดกรองนักศึกษารายดังกล่าวขอไปพักรักษาตัวดูอาการที่โรงพยาบาลลำพูน เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน แต่ยังไม่ได้ถามรายละเอียด ส่วนกรณีที่จะให้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่แถลงต่อสื่อมวลชนนั้นล่าสุดทราบว่าทางกระทรวงฯได้สั่งการห้ามไม่ให้มีการแถลงข่าว แต่ได้ขอให้ทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ชี้แจงต่อกระทรวงฯแล้วว่าจังหวัดเชียงใหม่มีความจำเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นพื้นที่อ่อนไหว มีนักท่องเที่ยวจีนมาจำนวนมาก ประชาชนตื่นตระหนก ภาครัฐจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งก็รอทางกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาอยู่

ส่วนทางด้านนายวีรพงษ์ ปงจินดา นายด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางด่านควบคุมโรคได้ตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่ผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ที่เป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศเท่านั้น ไม่ได้มีการตรวจคัดกรองผู้โดยสารภายในประเทศ แม้ว่าหากจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่ต่อเครื่องมาจากจังหวัดอื่นๆ ก็ตาม เพราะถือว่านักท่องเที่ยวเหล่านั้นผ่านการคัดกรองจากด่านตรวจโรคและตรวจคนเข้าเมืองมาแล้ว

นายปณต เกียรติก้อง หัวหน้าหนังสือเดินทางเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดเมื่อ 25 ม.ค.ทางสถานทูตชิงเต่าได้แปลข้อมูลประกาศของทางการจีนเกี่ยวกับมาตรการท่องเที่ยว ซึ่งสมาคมท่องเที่ยวของจีนออกประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.เป็นต้นไปบริษัทนำเที่ยวจะหยุดให้บริการและออกตั๋วทั้งโรงแรม ส่วนกรุ๊ปทัวร์ ที่ออกเดินทางมาแล้วก็ให้เที่ยวต่อได้จนจบทริปแต่ขอให้สังเกตอาการด้วย นอกจากนี้ได้หยุดแพคเกจท่องเที่ยวในจีนตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนกรุ๊ปทัวร์ท่องเที่ยวที่มีแผนออกจากจีนก่อนวันที่ 27 ม.ค.ยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ แต่หลังวันที่ 27 ม.ค.ถึงให้งดออกจากจีน       ทางศุลกากรจีนได้มีประกาศเมื่อ 25 ม.ค.ใช้มาตรการกรอกข้อมูลสำหรับเข้า-ออกที่ด่านและให้ความรู้เรื่องโรคโคโรน่า มีการตรวจวัดอุณหภูมิ ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อ 1,975 ราย เสียชีวิต 56 รายและออกจากโรงพยาบาลได้ 49 ราย

หัวหน้าหนังสือเดินทางเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเชียงใหม่ซึ่งขอเสนอให้แยกเป็น 4 กลุ่มๆ แรกคือนักท่องเที่ยวที่ออกมาแล้ว แต่ 14 วันยังไม่แสดงอาการและขาดการคัดกรองที่สนามบิน(ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีมาตรการออกมา)แต่เที่ยวอยู่ในเชียงใหม่ได้ ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้ออกมาหลังมีประกาศจากจีนอันนี้ไม่น่าห่วง แต่กลุ่มที่กำลังจะออกมาก่อนที่จะมีการประกาศห้ามเดินทางออกจากจีนในวันที่ 27 ม.ค.ซึ่งกลุ่มนี้พรุ่งนี้(27 ม.ค.)ก็อาจจะมาถึงเชียงใหม่ ซึ่งก็ต้องบวกระยะเวลาท่องเที่ยวในพื้นที่อีก 14 วัน อีกกลุ่มคือที่ไม่ใช่คนจีน และไม่ได้บินตรงมาจากจีน แต่ขณะนี้เชื้อโคโรน่าระบาดไปหลายประเทศทั่วโลก จะเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างไร ซึ่งส่วนนี้คงต้องมีมาตรการที่ชัดเจนด้วยเพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ทางด้านนางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ ตอนบน ยอมรับว่าธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบหนัก มีกรุ๊ปทัวร์จีนยกเลิกการจองของสมาชิกทั้งหมดไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยธุรกิจโรงแรมภาคเหนือตอนบนพร้อมให้ความร่วมมือภาครัฐ และอยากให้ภาครัฐยกเลิกเที่ยวบินจากจีนทั้งหมด เพื่อจะมีมาตรการป้องกันหวั่นผลกระทบวงกว้าง

“อยากให้มีการยกเลิกเที่ยวบินเพื่อมาตรการป้องกัน ที่เด็ดขาดเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจาย ส่วนนักท่องเที่ยวที่ยังติดข้างอยู่อาจต้องมีการเฝ้าระวังเช่นเดียวกัน สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาช่วงนี้มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ โดยสมาคมโรงแรมที่มีสมาชิกโรงแรมกว่า 8000 ห้องที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจะถึงเดือนมีนาคมหากยังหาตลาดอื่นมาทดแทนตลาดจีนไม่ได้”นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าวชี้แจง

You may also like

นศ.มทร.ล้านนา จัดแฟลชม็อบเรียกร้อง ปชต.-เตรียมนัดชุมนุมใหญ่ที่มช.

จำนวนผู้