“ประจญ”ลั่นตั้งใจมาทำงานยันจะพลิกเชียงใหม่ให้เป็นดินแดนศิวิไลซ์

“ประจญ”ลั่นตั้งใจมาทำงานยันจะพลิกเชียงใหม่ให้เป็นดินแดนศิวิไลซ์

ผู้ว่าฯประจญ”ยันตั้งใจมาทำงานไม่ใช่นั่งรอเกษียณ ชี้แม้จะเป็นงานหนักแต่ท้าทายเผยหากทำสำเร็จถือเป็นการทำบุญอย่างมาก เตรียมคิกออฟแกไฟป่าหมอกควันพร้อมกันทุกอำเภอ ระบุตั้งเป้าลดจุดความร้อนแจงปัญหาฝุ่นควันยากต่อการควบคุม ส่วนแก้โควิดจะใช้ทีมศปก.พื้นที่เป็นหลัก ลั่นจะฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้เชียงใหม่กลับมาศิวิไลซ์

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.64 ที่ห้องประชุม 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายประจญ ปรัชสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงแนวทางในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัด ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่ โดยกล่าวว่า หลังจากได้รับทราบว่าจะต้องมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ศึกษาปัญหาและแนวทางในการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ไว้ในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในจังหวัดนำร่อง ของรัฐบาล และ ได้มีการเตรียมแผนงาน ขับเคลื่อน ด้านการท่องเที่ยวไว้ คือชาร์มมิ่งเชียงใหม่ ที่จะเริ่ม เปิดเมืองในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยเบื้องต้น จะได้นัดหารือกับทางภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

“หลังจากมารับตำแหน่งที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ผมเห็นบรรยากาศบ้านเมือง และสถานการณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยังถือว่าดีกว่าจังหวัดเชียงรายที่เคยอยู่มาก่อน ซึ่งนอกจากจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแล้ว นโยบาย อีกด้านหนึ่งที่จะดำเนินการก็คือ การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิดฯ โดยผมจะใช้ศักยภาพ ของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค(ศปก.) ตำบล หมู่บ้านและอำเภอในการควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ จะไม่มีการสั่งปิดทั้งจังหวัด แต่จะใช้วิธีบล็อคพื้นที่ใน ที่มีการพบผู้ติดเชื้อก็จะ ให้ศปก.เข้าไปควบคุมสถานการณ์ นอกจากนี้ ก็จะเร่งไหน เรื่องของ การปรับภูมิทัศน์ บ้านเมืองให้สวยงามโดยเริ่มจากศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็น เป็น ด่านหน้า ศาลากลางจังหวัดจะต้องสง่างาม และคงความเป็นนครพิงค์ เพราะถ้าหากไม่มีสถานการณ์โควิด และถ้าไม่โชคร้ายจนเกินไป ก็จะทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองศิวิไลซ์และมีคนมาท่องเที่ยวเหมือนเดิม”ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวและชี้แจงอีกว่า

ขณะนี้เราใช้สีแสดงพื้นที่ระบาดและควบคุม แต่ผมจะสร้างเชียงใหม่จากพื้นที่สีแดงให้เป็นพื้นที่สีฟ้า สนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งนั่นไม่ใช่ว่าจะไม่มีคน ติดเชื้อ แต่จะมีการบริหารจัดการอย่างเข้มแข็งในการดูแลประชาชนในพื้นที่ ลด จากพื้นที่ควบคุมสีแดงที่ให้มาเป็นพื้นที่สีฟ้า ซึ่งผมตั้งใจมาทำงาน ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างจริงจัง เพราะ เคยทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ในตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมาถึง 5 ปี ยอมรับว่า การมารับตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่ง และหากผมทำได้สำเร็จ ก็จะถือว่าได้ทำบุญอย่างมหาศาล

อีกเรื่องหนึ่งที่ตั้งใจจะทำก็คือการแก้ปัญหาคลองแม่ข่า ที่ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายและตั้งใจอย่างมากที่จะทำให้สำเร็จ ได้หารือกับอาจารย์ชูโชค จากคณะวิศวะ มช.ไว้แล้ว ส่วนเรื่องปัญหาหมอกควันและไฟป่า ผมจะใช้โมเดลแบบ ที่เคยใช้ที่จังหวัดเชียงราย โดยตั้งเป้าหมายที่จะลดจุดความร้อนหรือ Hot Spot ให้ลดน้อยลง แต่ยอมรับว่า ค่าฝุ่นที่เกินค่ามาตรฐานหรือค่าpm2.5 ผมไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าจะแก้ปัญหาได้ เพราะปัญหาฝุ่นควันเป็นปัญหาที่มันไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจาก สภาพภูมิอากาศ จะไหลไปตามทิศทางของลม แต่ ผมจะให้มีการลดการเผาให้มากที่สุด โดยการขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ซึ่ง 2 ปีที่ผมอยู่จังหวัดเชียงรายผมใช้กำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองในการลาดตระเวน เพื่อไม่ให้เกิดการเผาในช่วงห้ามเผา และตลอดที่ทำงานจน จะถึงวันเกษียณอายุราชการผมจะมาแถลงผล การดำเนินงานให้ทราบอีกครั้งว่าสิ่งที่ผมตั้งใจและปฏิบัติในช่วงหนึ่งปีที่มาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ผลเป็นอย่างไรบ้างแต่ขอบอกว่าผมไม่ได้มานั่งเล่นแต่ ตั้งใจมาทำงานและต่อยอดจากผู้ว่าฯคนเดิมให้สำเร็จและให้ดีที่สุด ในช่วงกลางเดือนนี้ ผมจะเชิญ ปภ.และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาพูดคุยกันและจะกำหนด วันคิกออฟ แก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันโดยผมจะให้มีการคิกออฟพร้อมกันทุกตำบลหมู่บ้าน

นายประจญ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับเป้าหมายการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะเงื่อนไขในการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวที่ประชาชนในพื้นที่จะต้องได้รับวัคซีนร้อยละ 70 นั้นสำหรับกลุ่ม 608 ผมจะทำให้ได้ 100% โดยใช้การรณรงค์ในระดับพื้นที่ ให้ศปก.หมู่บ้านออกไปชี้แจงทำความเช้าใจและชักชวนให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ให้ได้รับวัคซีนทั้งหมด เพราะวัคซีนเป็นตัวสร้างภูมิต้นทานให้ร่างกาย

“กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองท้องที่ อปพร.จะต้องไปช่วยอสม.ซึ่งเป็นฝ่ายสาธารณสุขในการทำงานเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด ซึ่งผมจะให้ความสำคัญกับทีมศปก.ให้มากที่สุด เพราะที่เชียงรายเราทำได้ผลมาแล้ว ส่วนในเขตเมืองซึ่งบริบทจะแตกต่างจากรอบนอกก็จะต้งย้ำในมาตรการเว้นระยะห่าง ล้างมือและสวมหน้ากากอย่างเคร่งครัด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการลงพื้นที่ว่า จะทำได้แค่ไหนเพราะมีเวลาแค่ปรเดียวจะเกษียณอายุราชการแล้วว่า เนื่องจากเชียงใหม่มีถึง 25 อำเภอ ตนคงจะไม่เน้นเรื่องการลงพื้นที่ เพราะแต่ละอำเภอมีเจ้าเมืองเล็กคือนายอำเภอแต่ละแห่งอยู่แล้ว หากมีอะไรตนก็จะประสานสั่งการให้นายอำเภอซึ่งรู้จักและคุ้นเคยพื้นที่รับไปดำเนินการซึ่งจะทำให้เกิดความรวดเร็วและคล่องตัวกว่าการที่ตนจะลงไปพื้นที่นั้นเองแล้วให้คนอื่นมาต้อนรับ มารายงานให้.

You may also like

หอการค้าเชียงใหม่จับมือ CAMT มช. จัดหลักสูตร DII+ เร่งพัฒนากำลังคนดิจิทัลในรูปแบบ Education Sandbox

จำนวนผู้