ทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบผวจ.เชียงใหม่ เผยสานสัมพันธ์ความร่วมมืออย่างเข้มข้น

ทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบผวจ.เชียงใหม่ เผยสานสัมพันธ์ความร่วมมืออย่างเข้มข้น

เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบผวจ.เชียงใหม่ เผยสานสัมพันธ์ความร่วมมือทั้งปราบปรามยาเสพติด แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนเพื่อลดการพึ่งพาภาคธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลัก

วันที่ 30 ก.ค.63 ที่อาคารอำนวยการศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ให้การต้อนรับนายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบริ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคาราวะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากนั้นนายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ว่า ได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในหลายๆ เรื่องๆ แรกเกี่ยวกับความร่วมมือตลอด 50 ปีในการต่อต้านยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงปัญหาท้าทายในเรื่องของไฟป่าและหมอกควัน การกระจายการลงทุนของนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกามายังภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่เพื่อลดการพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและกระจายการลงทุนไปยังภาคอื่นๆ รวมถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสหรัฐฯได้ตั้งสถานกงสุลฯที่จังหวัดเชียงใหม่มาเป็นเวลาร่วม 70 ปี และกำลังจะเริ่มก่อสร้างอาคารสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่แห่งใหม่เพื่อให้ความสัมพันธ์ยาวนานไปอีก 70 ปี

เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์กับประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องของการต่อต้านยาเสพติด ซึ่งเมื่อวานนี้(29 ก.ค.)ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำร่วมกับทางผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ได้เห็นถึงความยากลำบากของการป้องกันการไหลทะลักของยาเสพติดเข้ามาตามแนวชายแดน เนื่องจากพบว่าพื้นที่แนวชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีระยะทางยาวไกลและลำบากมาก ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่สหรัฐฯได้มีความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งกับเมียนมาเพื่อที่จะป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศไทยนอกจากนี้ยังเพิ่มความสำคัญในการสกัดการนำเข้าสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเสพติดผ่านเข้ามาทางจีนไปยังเมียนมาและส่งผ่านประเทศไทยด้วย

ในเรื่องของปัญหาไฟป่าและหมอกควันนั้นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก ซึ่งพบว่าประเทศไทยโดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคเหนือประสบปัญหาดังกล่าวมายาวนาน ซึ่งก็ต้องหาสมดุลภาคเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยตนได้มีโอกาสหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและรัฐบาลไทย รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดถึงวิธีการปรับเปลี่ยนเทคนิคในการทำไร่ ทำนาและพื้นที่การเกษตรโดยไม่ต้องเผาเศษซากวัสดุทางการเกษตร ซึ่งในอนาคตจะมีการหารือในเรื่องนี้อีก

“ทางสหรัฐฯเองสนับสนุนที่จะมีการผลักดันกฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาดของไทย เพราะแม้ว่าที่สหรัฐฯจะมีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เช่นกันแต่ก็ปลูกในพื้นที่ราบเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตก็จะใช้เครื่องจักรดำเนินการจัดการเศษซากวัสดุทางการเกษตรด้วย โดยไม่มีการเผา แต่การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยมีการปลูกบนพื้นที่สูงและใช้การเผาเพื่อเตรียมการเพาะปลูกใหม่ อย่างไรก็ตามสหรัฐฯก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาต่อไป

นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี ยังกล่าวถึงแนวทางการดึงเอกชนสหรัฐฯมาลงทุนในประเทศไทยและภาคเหนือว่า จากประสบการณ์ที่ได้สนับสนุนบริษัทเอกชนของสหรัฐฯไปลงทุนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตนก็จะมาช่วยดูว่าในไทยนี้จะสามารถปรับปรุงขั้นตอนที่อำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนสหรัฐฯให้มากขึ้นได้อย่างไร ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของหลายๆ บริษัทที่มาลงทุนอย่างไรก็ตามก็จะออกไปพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับบริษัทเอกชนที่เข้ามาลงทุนก่อนหน้านั้นแล้ว เพื่อจะได้หาช่องทางขยายการลงทุนต่อไปด้วย โดยวันพรุ่งนี้(31 ก.ค.)ก็จะไปพบนักลงทุนของผลิตภัณฑ์เลย์ด้วย

เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ยังได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวถึงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันระหว่างสหรัฐฯกับจีนว่าจะมีผลเกี่ยวเนื่องอย่างไรบ้างว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีมุมมองทัศนคติกับจีนเท่าที่เป็นจริงไม่ได้มีอคติใดๆ อย่างเช่นปัญหาในทะเลจีนใต้ รวมถึงเรื่องปัญหาเรื่องแม่น้ำโขงซึ่งจากผลกระทบของการปรับเปลี่ยนลำน้ำและปริมาณน้ำก็ล้วนเกิดจากจีนที่ทำให้เกิดผลกระทบ สหรัฐฯไม่ได้ต้องการให้ไทยเลือกข้างแต่อยากให้ไทยได้เห็นพฤติกรรมของจีนเท่านั้น.

You may also like

ชนเผ่าพื้นเมืองปี 63 ชูมั่นคงทางอาหาร “ปันรัก ปันสุข จากภูผาสู่มหานที”

จำนวนผู้