สกัดพีมูฟเหนือห้ามร่วมชุมนุมทำเนียบ สกน.ร้องกสม.-ยูเอ็นเข้าสังเกตการณ์

สกัดพีมูฟเหนือห้ามร่วมชุมนุมทำเนียบ สกน.ร้องกสม.-ยูเอ็นเข้าสังเกตการณ์

เชียงใหม่-ลำพูน / พีมูฟภาคเหนือสะดุด ถูกด่านตรวจสนธิกำลังทั้งตำรวจ-ทหาร-ฝ่ายปกครอง สกัดกั้นไม่ให้เดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ จับตัว “ประยงค์-สุแก้ว-รังสรรค์” แจ้งข้อหา พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ขณะที่ประธาน สกน.เดือด อ่านแถลงการณ์ เรียกร้อง กสม.-UN ร่วมสังเกตการณ์ ป้องกันถูกละเมิดสิทธิซ้ำจากกรณีสมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ (P-Move) มีกำหนดจัดกิจกรรมติดตามการแก้ไขปัญหากับรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล และส่วนราชการต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.61 เป็นต้นไป เพราะก่อนหน้านี้ พีมูฟได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ขอให้รัฐบาลจัดประชุมพิจารณาปัญหาต่างๆ ที่เคยยื่นไว้ เพราะแม้จะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณา หากกลไกดังกล่าวกลับไม่มีความคืบหน้า โดยทางพีมูฟได้ขอคำตอบจากรัฐบาลภายใน 30 วัน แต่ปรากฏว่ารัฐบาลยังเพิกเฉย อันนำมาสู่การจัดกิจกรรมครั้งนี้ และเป็นการนัดรวมตัวกันของสมาชิกพีมูฟทั่วประเทศ ที่คาดว่าจะเดินทางมารวมตัวกันประมาณ 2,000 คน พร้อมทั้งเตรียมเสบียงเพื่อปักหลักราว 2 สัปดาห์รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุด สมาชิกพีมูฟภาคเหนือ ที่เตรียมเดินทางไปร่วมตั้งแต่เย็นวันที่ 1 พ.ค. ถูกสกัดกั้น ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยรถทัวร์ที่ชาวบ้าน จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน จำนวน 2 คัน ซึ่งเหมาเช่าลำ เพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง มลฑลทหารบกที่ 33 เรียกตัวคนขับรถทัวร์สองคนลงจากรถที่ด่านตรวจแม่ทา และหายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ จนชาวบ้านจำนวน 50 กว่าคนบนรถ ต้องลงมาสอบถามหาคนขับรถ แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่ทราบหายไปไหน ทั้งยังดึงกุญแจรถออก กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ชาวบ้านยังถูกกักตัวอยู่ที่เดิม และเริ่มปักหลักนอน ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ทราบในเวลาต่อมาว่าคนขับทั้ง 2 คัน ถูกควบคุมตัวที่ มทบ.33ขณะเดียวกัน ที่ จ.เชียงใหม่ เวลา 20.30 น. (1 พ.ค.) ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 และฝ่ายความมั่นคงได้สั่งการให้ทหารสกัดกั้นสมาชิกพีมูฟ กว่า 100 คน ที่กำลังเดินทางไปติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากับรัฐบาล ไว้ที่ สภ.แม่แฝก เชียงใหม่ โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาหรือสาเหตุ ทั้งที่ทางพีมูฟ ได้ยื่นจดหมายนัดหมายนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ รวมทั้งได้ยื่นขออนุญาตอย่างถูกต้องตาม พรบ.ชุมนุมสาธารณะช่วงสายของวันที่ 2 พ.ค. ตำรวจ สภ.แม่โจ้  เชียงใหม่ และทหาร นำตัวนายดิเรก กองเงิน ประธานกรรมการสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และสมนชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ จำนวน 108 คน ไป มณฑลทหารบกที่ 33 เชียงใหม่ (มทบ.33)  เพื่อทำบันทึกข้อตกลง MOU ว่าจะไม่ไปร่วมชุมนุมติดตามรัฐบาลกับพีมูฟที่กรุงเทพฯช่วงเวลา 14.10 น. สมาชิก สกน. ที่ผูกกัดตัวบริเวณด่านแม่ทา รอให้ผู้ว่าราชการ จ.ลำพูน เข้ามาเจรจาในพื้นที่บริเวณด่านแม่ทา แต่ทางผู้ว่าฯ ยืนยันให้ชาวบ้านไปเจรจาที่ว่าการอำเภอแม่ทา ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น ขณะที่ทาง สกน. และพีมูฟภาคเหนือ ได้ออกแถลงการณ์ประณามการสกัดกั้นจากเจ้าหน้าที่ไม่ให้เดินทางไปร่วมเรียกร้องเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาโดยนายดิเรก ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ประชาชนต้องการและออกมาเรียกร้อง ซึ่งไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง จนถูกตัดสิทธิ์ ทั้งที่นัดหมายกับนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลไว้แล้ว และการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมตามกฎหมายของประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิ์ขัดขวางการชุมนุม และต้องอำนวยความสะดวกด้วยซ้ำ จึงขอประณามการกระทำครั้งนี้ และเรียกร้องไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ให้สั่งการไปยังทหาร กับหน่วยงานรัฐทุกหน่วย ให้ยุติการข่มขู่คุกคาม สกัดกั้น การใช้สิทธิชุมนุมและเรียกร้องอย่างสงบของกลุ่มพีมูฟ และประชาชนทุกกลุ่มที่ชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ พร้อมทั้งเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และตัวแทนองค์กรสหประชาชาติ ส่งผู้แทนเข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของพีมูฟครั้งนี้ เพื่อเป็นหลักฐานว่ารัฐบาลให้การคุ้มครอง และไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของสมาชิกพีมูฟอีกอย่างไรก็ตาม เวลาประมาณ 15.20 น. นายประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาพีมูฟ, นายสุแก้ว ฟุงฟู รองประธาน สกน. และนายรังสรรค์ แสนสองแคว ประธานโฉนดชุมชนบ้านไร่ดง ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปที่ที่ว่าการอำเภอแม่ทา ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ชาวบ้านกระทำความผิด พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ อันเป็นความผิดร้ายแรง ที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะขัดต่อความมั่นคงและอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ ทำให้ชาวบ้านและสมาชิกพีมูฟเกิดความไม่พอใจ และมีบางส่วนเดินทางไปให้กำลังใจทั้ง 3 คน พร้อมทั้งรอให้ปล่อยตัวด้วย กระทั่งเวลา 18.30 น. แกนนำทั้ง 3 คน ก็ได้รับการปล่อยตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวขึ้นรถตู้ แล้วไปส่งที่บ้าน.

ภาพ : FB ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move, เพจ สกน สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ

You may also like

บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน

จำนวนผู้