จัดงานโครงการหลวงและสัมมนาวิชาการ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีระหว่างวันที่ 22-24 ธ.ค.นี้

จัดงานโครงการหลวงและสัมมนาวิชาการ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีระหว่างวันที่ 22-24 ธ.ค.นี้

มูลนิธิโครงการหลวงจัดงานโครงการหลวงและสัมมนาวิชาการ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ระหว่างวันที่ 22-24 ธ.ค.นี้ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เพื่อถวายพระเกียรติและเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานให้แก่คนบนพื้นที่สูง และในหลวงรัชกาลที่ 10 มีพระราชประสงค์สืบสาน รักษาและต่อยอดงานโครงการหลวงให้ต่อเนื่อง พัฒนาและทำให้ประชาชนบนพื้นที่สูงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วันที่ 11ธ.ค.62 ที่เรือนกล้วยไม้ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ นายจรัลธาดา กรรณสูตร องคมนตรีในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวงพร้อมด้วยพล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรีในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง,นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่,ศ.เกียรติคุณพงษ์ศักดิ์ อังกะสิทธิ์ ประธานกรรมการฝ่ายวิชาการและจัดการประชุมวิชาการนานาชาติฯ และนายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ประธานจัดงานโครงการหลวง 2562 ได้ร่วมกันแถลงข่าวงานโครงการหลวง 2562 เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีและงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านการพัฒนาเกษตรที่สูงอย่างยั่งยืนตามพระราชปณิธาน การสืบสาน รักษา และต่อยอดงานโครงการหลวง  ซึ่งมูลนิธิโครงการหลวง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-24 ธันวาคม 2562 ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่

นายจรัลธาดา กรรณสูตร องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า นับเป็นเวลา 50 ปีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จออกเยี่ยมเยือนประชาชนในเขตต่างๆ ของประเทศไทยและในปี 2507 ที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาประทับที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ซึ่งในขณะนั้นรัฐบาลยังไม่ได้มาให้ความช่วยเหลือชาวเขาที่อยู่ห่างไกลและทุรกันดาร ชาวบ้านอยู่อย่างแร้นแค้น ยากจน ชาวเขาปลูกข้าวไร่เพื่อเลี้ยงชีพ แต่ปลูกฝิ่นเพื่อเป็นรายได้จุนเจือครอบครัว

“พระองค์ท่านทรงมีนโยบายจะให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น จึงทรงคิดวางแผนหาอาชีพที่สร้างรายได้มาทดแทน ทรงเห็นว่าภาคเหนือมีสภาพอากาศที่เย็นปลูกพืชผักเมืองหนาวได้ และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ 50 ปีที่ประสบความสำเร็จ 6 อย่างคือ ฝิ่นหมดไปจากประเทศไทย และไทยยังเป็นผู้นำแห่งการวิจัยทำให้เกิดการปลูกพืชพันธุ์ใหม่ๆ กว่า 500 ชนิดที่มาสร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น มีผลงานวิจัยตลอด 50 ปีกว่า 1,500 โครงการ”องคมนตรีประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวและว่า

นอกจากนี้ยังผลิตเกษตรอาหารปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการผลิตในพื้นที่โครงการหลวงต้องปลอดภัยและห้ามใช้สารเคมี มีการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยโครงการหลวงตัดวงจรการทำลายป่าและฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย เพราะแต่เดิมชาวเขาจะปลูกพืชไร่หรือข้าวไร่เพื่อเลี้ยงชีพแต่การปลูกพืชไร่จะต้องทำบนพื้นที่สูงชัน ทำให้เกิดการชะล้างดิน ทำให้สภาพดินเสื่อมสภาไม่สามารถผลิตอาหารได้ แต่เมื่อส่งเสริมปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนก็แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ และความสำเร็จอีกอย่างคือมีการพัฒนาไปสู่ศูนย์เรียนรู้สู่พื้นที่สูง เป็นศาสตร์ใหม่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงคิดขึ้นมา ซึ่งต่อไปจะเป็นศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาพื้นที่สูงของโลกและเกิดความร่วมมือกับนานาประเทศด้วย

ด้านพลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 50 ปีมูลนิธิโครงการหลวง จะมีการจัดสัมมนานาชาติและจัดงานโครงการหลวง เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในด้านการพัฒนาพื้นที่ทางเลือก ตามคำที่ว่า “ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”ซึ่งเป็นโมเดลพัฒนาทางเลือกบนพื้นที่สูงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแนวทางไว้ โดยการพัฒนาดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งมั่น พัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพระองค์ท่านพัฒนาจากสิ่งที่เล็กไปใหญ่ การนำหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้นั้นหากตีความไม่ออกก็จะไม่เข้าใจ แต่ยืนยันว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้ในการพัฒนาได้ทุกเรื่อง

“ปัจจุบันครบ 50 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งเรามุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน โดยใช้ 3 คำคือ เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา โดยงานวิจัย เป็นหัวใจสำคัญซึ่งก่อนที่จะให้ชาวบ้านทำอะไรหรือปรับเปลี่ยน จะต้องมีการศึกษาวิจัยก่อน งานด้านการตลาดก็เป็นหัวใจที่ทำให้โครงการสำเร็จ เพราะพื้นที่ปลูกอยู่ห่างไกลทุรกันดารเมื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชแล้วเป็นภารกิจของมูลนิธิฯที่จะต้องหาตลาดให้ และกิจกรรมที่มูลนิธิฯทำจึงเป็นต้นแบบให้กับที่อื่นๆ เพราะประเทศไทยสามารถเปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่นเกือบ 2 แสนไร่ให้หมดไปและสหรัฐอเมริกาได้ปลดชื่อประเทศไทยจากแหล่งผลิตและลำเลียงยาเสพติดของโลกออกจากบัญชีเมื่อปี 2547 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ทั่วโลกรับรู้”พลเอกกัมปนาท องคมนตรีประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวและชี้แจงอีกว่า

นอกจากนั้นจากภูเขาหัวโล้นในอดีตที่มีการแผ้วถางป่าทำไร่เลื่อนลอย เมื่อเกิดโครงการหลวงก็สามารถลดปัญหาเหล่านี้ได้ จากพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เราก็เข้าไปส่งเสริมปรับเปลี่ยนให้ปลูกพืชผักและไม้ผลทดแทน ซึ่งจะเห็นว่าในพื้นที่โครงการหลวงจะไม่พบจุดความร้อนหรือ Hot Spot และงานของมูลนิธิฯยังช่วยให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น จากเดิมที่เกษตรกรมีรายได้ประมาณ 25,000 บาทต่อครัวเรือน ปัจจุบันเกษตรกรมีรายได้ประมาณ 2 แสนบาทต่อครัวเรือน ทางด้านการศึกษาและสาธารณสุขก็ได้รับการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิต ชาวเขาในพื้นที่ได้รับการศึกษาและมีสุขอนามัย มีน้ำสะอาดสำหรับบริโภคและเป็นต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ ในขณะที่พื้นราบยังไม่มีชุมชนไหนทำได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จึงทำให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้รับรางวัลต่างๆ มากมายและทรงเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

พลเอกกัมปนาท องคมนตรีประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวต่อไปอีกว่า การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการถวายพระเกียรติและเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานให้แก่คนบนพื้นที่สูง และในหลวงรัชกาลที่ 10 มีพระราชประสงค์สืบสาน รักษาและต่อยอดงานโครงการหลวงให้ต่อเนื่อง พัฒนาและทำให้ประชาชนบนพื้นที่สูงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงเกิดการสัมมนาและถอดบทเรียน 50 ปีงานของโครงการหลวงและจะเดินหน้าต่อไปเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ครั้งแรกในงานครั้งนี้ด้วย

ขณะที่นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดแรกที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จทรงงานในภูมิภาค ตั้งแต่ปี 2501 และเมื่อ 17 ม.ค.2512 ทรงเสด็จเยี่ยมชาวม้งขุนช่างเคี่ยนและพื้นที่อื่นๆ เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกร โดยจังหวัดเชียงใหม่มีสถานีวิจัยโครงการหลวง 27 แห่งจากทั้งหมด 39 แห่งในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งการจัดงานครบรอบ 50 ปีในครั้งนี้ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการทุกภาคส่วนดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยอย่างเต็มที่

ส่วนทางด้านศ.เกียรติคุณพงษ์ศักดิ์ อังกะสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มี 6 ประเทศที่ได้นำเอารูปแบบโครงการหลวงไปใช้ งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านการพัฒนาเกษตรที่สูงอย่างยั่งยืน ตามพระราชปณิธาน การสืบสาน รักษา และต่อยอดงานโครงการหลวง ระหว่างวันที่ 22-24 ธันวาคม 2562 เป็นการนำเสนอผลความสำเร็จด้านการพัฒนาทางเลือกบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนของโครงการหลวง หรือ ROYAL PROJECT MODEL ซึ่งเป็นผลสำเร็จที่เกิดจากประสบการณ์ทำงานตลอดระยะเวลา 50 ปี ตามพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแก้ปัญหาความยากจน การปลูกพืชเสพติด การทำเกษตรแบบเลื่อนลอย และการทำลายป่าต้นน้ำลำธาร แนวพระราชดำริในการดำเนินงานอย่างเข้าใจ เข้าถึง ทำให้บรรลุผลสำเร็จสูงสุดในการพัฒนาพื้นที่สูงสู่ความยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและนานาชาติ สามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการแก้ไขปัญหาความยากจนความหิวโหย และความเสื่อมโทรมของสภาวะแวดล้อมในพื้นที่อื่นในโลก ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี และเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ (UN : Sustainable Development Goals–SDGs) 17 ข้อ เพื่อความอยู่ดีกินดี พึ่งพาตนเองได้ และอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของมนุษยโลกในอนาคต  โดยผู้อำนวยการสำนักงานการพัฒนาที่ยั่งยืนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติจะเดินทางมาร่วมในการประชุมครั้งนี้ด้วย ผลการประชุมจะได้นำไปเสนอและเผยแพร่ในการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติดของสหประชาชาติ หรือ ซีเอ็นดี สมัยที่ 63 ซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในเดือนมีนาคม  2563 อีกด้วย

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ประธานจัดงานโครงการหลวง 2562 กล่าวว่า งานโครงการหลวง 2562 เฉลิมฉลองครบ 50 ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 24 ธันวาคม 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโครงการหลวง น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้งเผยแพร่กิจกรรมการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ตลอดระยะเวลา 50 ปี และส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิตผลิตภัณฑ์โครงการหลวง

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “โครงการหลวงโมเดล : สืบสานพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ 9 สู่ พระราชปณิธานในรัชกาลที่10 : แนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาพื้นที่สูง เพื่อความยั่งยืน” นิทรรศการประวัติศาสตร์โครงการหลวง 4 ยุค  นิทรรศการการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงาน สู่… ชุมชนมีสุข มั่นคง ยั่งยืน  ในปีนี้ยังได้เอาใจคนรักสุขภาพด้วยการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพดี มีคุณประโยชน์สูง และส่งเสริมสุขภาพ มาจำหน่ายมากกว่า 1,200 รายการ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาของขวัญเพื่อส่งมอบความสุขและสุขภาพดีแก่คนที่รักในเทศกาลปีใหม่ 2563 โครงการหลวงได้จัดกระเช้าผลิตภัณฑ์โครงการหลวง ที่มีถึง 10 รายการ ให้เลือก ได้แก่ ชุดเติมพลังใจ เพิ่มพลังกาย ชุดเติมเต็มใจ ชุดเพลิน ชุดของขวัญจากยอดดอย ชุดบุปผาภิรมย์ ชุดปันความสุข ชุด Toiltries Box – Vetiver ชุด Toiltries Box – Lavender ชุดข้าวโครงการหลวง และชุดชา 50 ปี มูลนิธิโครงการหลวง

นอกจากนี้ยังมีสินค้าไฮไลท์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือเขากวาง หลินจือสายพันธุ์ใหม่ของโครงการหลวงที่ทดลองและวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าจากธรรมชาติที่ดีที่สุด        ชาสมุนไพรเห็ดหลินจือผสมเจียวกู้หลาน ผลิตจากเห็ดหลินจือแดงโดยนำมาบดด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย กระบวนการผลิตสะอาด ปลอดภัย ในปริมาตรที่แน่นอน คุณประโยชน์ง่าย ๆ แค่ฉีกซองลงหม้อ เพียง 15 นาทีเท่านั้น ชาโครงการหลวง 5 กลิ่น สุดยอดชาอัสสัม ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์จากโครงการหลวง ได้แก่ กลิ่นแพชชั่นพีช กลิ่นเอิร์ลออฟ สยาม กลิ่นเอิร์ลออฟ สยาม กลิ่นสยามมิส เบรกฟาสต์ และกลิ่นจัสมิน ที  และยังมีสินค้าที่จำหน่ายและโปรโมชั่นเฉพาะในงาน เช่น มะม่วงกวนนวลคำ คิวนัวกรอบ ลูกพลับกึ่งแห้ง ขนมปังควินัว สตรอว์เบอร์รี ขนมปังคิวนัวน้ำผึ้ง ไก่ดำหยอง เฟต้าชีสขวดแพ็คคู่  โดยเฉพาะปีนี้โครงการหลวงได้จัด clearance sale สินค้าลดราคา และรายการนาทีทอง ในหลายกลุ่มสินค้า และยังมี โปรโมชั่นสินค้าสดหลัง 6 โมงเย็น ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการประกอบอาหารจากผลิตผลโครงการหลวงโดยเชฟและดารารับเชิญ การแสดงวัฒนธรรมชนเผ่า รวมทั้งการจำหน่าย อาหาร เครื่องดื่ม จากร้านสวัสดิการของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง อาทิ ขนมจีนน้ำยาปลาเทร้าต์  แกงเขียวหวานอาโวคาโด ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งกาแฟรับประทานคู่กับหมั่นโถวเห็ดหอม พร้อมมุมนั่งจิบกาแฟหอมกรุ่นท่ามกลางธรรมชาติ และสปาเด็กดอย จึงขอเชิญชวนทุกท่าน เข้าชมงานโครงการหลวง 2562 เฉลิมฉลองครบ 50 ปี  ได้ระหว่างวันที่ 20-24 ธันวาคม 2562 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ .

 

You may also like

เมียนมาในเชียงใหม่จัดรำลึก 8.8.88

จำนวนผู้