จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีวางพวงมาลาและร่วมกันพัฒนาสถานีรถไฟเชียงใหม่เพื่อน้อมรำลึกพระปิยะมหาราช

จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีวางพวงมาลาและร่วมกันพัฒนาสถานีรถไฟเชียงใหม่เพื่อน้อมรำลึกพระปิยะมหาราช

- in headline, รอบรั้วทั่วเหนือ

จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระปิยะมหาราช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์ จากนั้นได้ร่วมกันพัฒนาสถานีรถไฟเชียงใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกฯ

วันนี้ (23 ต.ค. 63) ที่ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประกอบพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช) รัชกาลที่ 5 หรือ วันปิยมหาราช ประจำปี 2563 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์และปวงชนชาวไทยตลอดมา โดยเฉพาะการเลิกทาส ที่ทำให้คนไทย เป็นไท จนถึงปัจจุบัน โดยพิธีดังกล่าว มี นางสุดาภรณ์ สงวนสัตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กงสุลใหญ่จากนานาประเทศ พร้อมด้วย ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน และภาคประชาชน ร่วมแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพียงกัน

จากนั้นในเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ที่ สถานีรถไฟเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรม รวมพลังจิตอาสา พัฒนาสถานีรถไฟเชียงใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2563 โดยนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมนำร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และกล่าวคำปฏิญาณ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จากนั้นจึงนำประชาชนจิตอาสาร่วมกันเก็บขยะ และเช็ดทำความสะอาดตู้รถไฟบริเวณชานชาลาสถานีรถไฟเชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรชาวไทย ด้วยทรงให้อิสรภาพ คืนความเป็น ไท แก่ประชาชน โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลิกทาส และด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ยังได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมสาธารณูปโภคนานัปการ อาทิ รถไฟ ไฟฟ้า ไปรษณีย์ และโทรเลข มาสู่ประเทศ พร้อมทรงวางรากฐาน ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยประเทศ จนได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” ซึ่งมีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันปิยมหาราช”

You may also like

สานพลัง4องค์กรรับมือ“ภัยพิบัติ” บทพิสูจน์การจัดการอย่างมีส่วนร่วม  

จำนวนผู้