คลังจังหวัดเผยผู้ที่ผ่านตรวจสอบสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพียงครึ่งหนึ่งของที่ยื่นลงทะเบียนเกือบ 2 แสนคน

คลังจังหวัดเผยผู้ที่ผ่านตรวจสอบสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพียงครึ่งหนึ่งของที่ยื่นลงทะเบียนเกือบ 2 แสนคน

- in headline, จับกระแสสังคม

คลังจังหวัดเชียงใหม่แจงมีผู้ผ่านตรวจสอบสิทธิ์จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ที่ผ่านไทยนิยมยั่งยืนเพียง 73,000 กว่ารายจากที่ลงทะเบียนไว้เกือบ 2 แสนราย คาดกลางเดือนธันวาคมจะได้รับบัตร ยอมรับใช้ตรวจสอบผ่านฐานข้อมูลบัญชีเงินฝากและเจ้าของที่ดินทำให้คนได้บัตรจนไม่จริง ขณะที่ครม.อัดฉีดเงินผ่านบัตรสามารถกดเงินสดมาใช้ได้เพิ่มอีกจำนวนมาก

วันที่ 4 ธ.ค.61 ที่ห้องประชุม 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศรัณยู มีทองคำ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการแถลงข่าวสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ประจำสัปดาห์ โดยวาระสำคัญเกี่ยวกับกิจกรรมโครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ “เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะร่วมกันขุดลอกคลองแม่ข่าบริเวณลานตะวันหรือสี่แยกแสงตะวันเป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมซ้อมปั่นเสมือนจริง ปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรักและความก้าวหน้าการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในโครงการไทยนิยม ยั่งยืนด้วย

ด้านนายอนุชา สุขสงวน คลังจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้มีรายได้น้อยของจังหวัดเชียงใหม่ ว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือ ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ได้ลงทะเบียนตั้งแต่ปี 2559  มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 355,418 คน และได้มีการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปให้ประชาชนที่ลงทะเบียนทั้งหมดแล้ว โดยมียอดเงินในบัตรให้ซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค ในร้านธงฟ้าที่ร่วมรายการ

ในบัตรจะมี 2 วงเงิน บัตรชุดหนึ่งจะมีวงเงิน 300 บาท อีกชุดหนึ่งจะมี 200 บาท สำหรับวงเงินในบัตรจะได้ข้อมูลมาจากผู้ลงทะเบียนที่ได้รับการตรวจสอบแล้วคือ มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี มีวงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อเดือน และมีรายได้เกิน 30, 000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี มีวงเงินในบัตรเพื่อซื้อสินค้า 200 บาทต่อเดือน และครม.ได้มีมติเห็นชอบในมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการให้ความช่วยเหลือระยะที่ 2 แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบในโครงการลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา และได้รับวงเงินเพิ่มเป็น 500 บาท

นอกจากนี้ยังได้เปิดรับลงทะเบียนเพิ่มสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ตกหล่นของปี 2560 ซึ่งเปิดลงทะเบียนช่วง 15 พ.ค.-30 มิ.ย.60 โดยผ่านโครงการไทยนิยมยั่งยืนของอำเภอเป็นผู้รับลงทะเบียนและผ่านการรับรองของประชาคมในพื้นที่และอำเภอได้บันทึกข้อมูลเชิงระบบ ซึ่งขณะนี้กระบวนการเสร็จสิ้นแล้วสำหรับผู้ที่ลงทะเบียน และเปิดให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิ์ในระบบ โดยจังหวัดเชียงใหม่มีผู้ที่ลงทะเบียนเพิ่มเติมอีก 1.94 แสนกว่าราย แต่ผ่านการตรวจสอบเพียง 73,000 กว่าราย ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ ซึ่งอาจจะมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดิน มีเงินในบัญชีธนาคารพาณิชย์และอยู่ในระบบประกันสังคมซึ่งการตรวจสอบสิทธิ์ใช้ข้อมูลของปี 2559 มาเป็นฐานข้อมูลแรก สามารถอุทรณ์ได้และคาดว่าจะสามารถประกาศชื่อผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบ นี้ในช่วงกลางเดือนธันวาคม โดยกรมบัญชีกลางจะเป็นผู้ผลิตบัตรเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้มีสิทธิ์ต่อไป

คลังจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ครม.ได้อนุมัติเพิ่มเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยช่วยบรรเทาภาระค่าน้ำ ค่าไฟ รวม 10 เดือน ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561 – ก.ย.2562 ในอัตราค่าไฟ 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และค่าน้ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟตามปกติ จากนั้นกรมบัญชีกลางจะโอนเงินกลับมาในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในบัตรสวัสดิการให้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายช่วงปลายปีถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลมอบให้ 500 บาทต่อคน ในเดือน ธ.ค.2561 ซึ่งเงินส่วนนี้สามารถถอนหรือกดเป็นเงินสดจากเอทีเอ็มได้  และยังมีค่าเดินทางไปรักษาพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 1,000 บาทต่อคน เงินส่วนนี้สามารถถอนเป็นเงินสดได้เช่นกัน และสุดท้ายคือช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน 400 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ อายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นระยะเวลา 10 เดือน ตั้งแต่ ธ.ค.2561 – ก.ย.2562

“ในส่วนของผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น จะใช้การตรวจสอบฐานข้อมูลจากระบบที่เคยลงทะเบียนไว้กับธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธ.ก.ส. ซึ่งก็ยอมรับว่าอาจจะทำให้ผู้ที่ได้รับบัตรไม่ใช่เป็นผู้มีรายได้น้อยจริง เพียงแต่คนที่ได้มีการโอนทรัพย์สินทั้งที่ดิน เงินในบัญชีให้กับบุตร หลานไป อย่างไรก็ตามในอนาคตจะมีการตรวจสอบที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างที่จะดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป”นายอนุชา กล่าว.

 

 

You may also like

ชาวเชียงใหม่ร่วมหมื่นคนร่วมกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

จำนวนผู้