คณะแพทย์ มช.แถลงข่าวประจำปีเผยกว่า 61 ปีสร้างบัณฑิตแพทย์ที่มีคุณภาพ คุณธรรมมุ่งงานวิจัยชี้นำด้านสุขภาพ

คณะแพทย์ มช.แถลงข่าวประจำปีเผยกว่า 61 ปีสร้างบัณฑิตแพทย์ที่มีคุณภาพ คุณธรรมมุ่งงานวิจัยชี้นำด้านสุขภาพ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยกว่า 61 ปี ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา และสร้างบัณฑิตแพทย์ที่มีคุณภาพ คุณธรรม พัฒนาการเรียนการสอนบนมาตรฐานระดับสากล พร้อมทั้งสร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อชี้นำด้านสุขภาพ และให้การบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานแก่ประชาชน
วันที่ 21 ธันวาคม 2563 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทยศาสตร์ มช. ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงข่าวสื่อมวลชนประจำปี 2563พร้อมด้วย รศ.นพ.ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่, ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ศรีพัฒน์, ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์, ผศ.พญ.พุดตาน วงศ์ตรีรัตนชัย ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช., ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ หัวหน้าภาค/ฝ่าย/งาน โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้

ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า  กว่า 61 ปี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา และสร้างบัณฑิตแพทย์ที่มีคุณภาพ คุณธรรม พัฒนาการเรียนการสอนบนมาตรฐานระดับสากล พร้อมทั้งสร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อชี้นำด้านสุขภาพ และให้การบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานแก่ประชาชน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคณะแพทยศาสตร์ มช. ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆมากมายภายในปี 2563 ทั้งทางด้านการเรียนการสอน, ด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์, ด้านการให้บริการวิชาการแก่สังคม และในวันนี้คณะแพทยศาสตร์ เราจะได้นำเสนอผลงานต่างๆ ที่น่าสนใจมากมายตลอดปี 2563 และทิศทางการดำเนินงานของคณะแพทยศาสตร์ มช.,โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่,ศูนย์ศรีพัฒน์, ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ในปี 2564 ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 ,COVID-19 กับการประชาสัมพันธ์เชิงรุก และ 7 วันอันตรายในช่วงหยุดยาวปีใหม่นี้

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการต่าง ที่ได้ดำเนินการมาได้แก่ โครงการและความคืบหน้าโครงการ Save Sujinno, โรงพยาบาลสงฆ์แห่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่, การก่อสร้างลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก, โครงการผลิตแพทย์นักวิทยาการข้อมูล, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ “มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่”, คณะแพทยศาสตร์ ม.ช ร่วมกับซิสโก้ นำเทคโนโลยีชั้นสูงพัฒนานวัตกรรมและการบริการทางการแพทย์แบบบูรณาการ และโครงการการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งตับ ด้วยภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์

ด้านรศ.นพ.ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวถึงการให้บริการทางการแพทย์​ในส่วนของแอพพลิเคชั่น​ในการทำธุรกรรมต่างๆ ในโรงพยาบาลมหาราช อาทิเช่น การให้บริการตู้ Kiosk สำหรับลงทะเบียนตรวจ, Suandok Hospital Line, ตู้ Kiosk ชำระเงินสำหรับผู้ป่วยสิทธิ์เบิกตรง, Suandok Xpress Lab, การส่งยาทางไปรษณีย์, หุ่นยนต์จัดยา Pharmacy Robot, การเตรียมความพร้อม COVID-19 ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และความสำเร็จและรางวัลอันภาคภูมิใจของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ในปี 2563 เป็นต้น

ทางด้านผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ศรีพัฒน์ แถลงความคืบหน้า โครงการก่อสร้าง OPD 7 ชั้น, การก่อสร้าง Medical Hub ขณะที่ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ว่า มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านบริการ วิชาการ วิจัย และส่งเสริมพันธกิจของคณะแพทยศาสตร์ โดยได้ผลักดันการพัฒนาคุณภาพการบริการ และนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อความความเป็นเลิศทางการแพทย์ และการบริการแบบครบวงจร โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ได้มีการพัฒนางานคุณภาพองค์กรอย่างก้าวกระโดด และต่อเนื่อง เช่น ได้ผ่านการประเมินคุณภาพสถานพยาบาล (Hospital Accreditation) จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) และการขอการรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค (Disease Specific Certification (DSC)) อีกทั้งยังมีการเปิดบริการการทางการแพทย์เฉพาะทาง ที่ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อให้ประชาชนทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ และในเขตภูมิภาคภาคเหนือ ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ตัวอย่างของการพัฒนาคุณภาพและการขยายการให้บริการทางการแพทย์ ของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ อาทิเช่น ศูนย์เลสิค คณะแพทย์ มช. ผ่านการรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค Disease Specific Certification (DSC) “การดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะผิดปกติทางสายตาด้วยวิธีเลสิค” เป็นแห่งแรกของประเทศไทย, ศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตร (CMEx Fertility Center: CFC) จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง หน่วยเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์, ศูนย์เพทซีทีและไซโครตรอน เปิดบริการตรวจวินิจฉัย “โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก” ด้วยเทคโนโลยีทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพทซีทีสแกน (PET/CT) เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยสารเภสัชรังสีตัวใหม่ล่าสุด, ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน เปิด หลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 330 ชั่วโมง (รุ่นที่ 3) และ หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง (รุ่นที่ 1) ในปี 2564 สำหรับประชาชน หลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 330 ชั่วโมง,
ศูนย์ทันตกรรมสำหรับผู้สูงอายุ (Geriatric Dental Center), คลินิกโรคหัวใจผู้สูงอายุ (Geriatric Heart Clinic), ครัวอาหารสำหรับผู้สูงอายุ GMC, หน่วยทดสอบการยอมรับของผู้บริโภค (Senior Consumer Testing Unit: SCTU) และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับคณะอุตสาหกรรมเกษตร และอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP CMU) เปิดให้บริการหน่วยทดสอบการยอมรับของผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนนักวิจัยและผู้ประกอบการ ในการทดสอบความชอบด้านประสาทสัมผัส (รูป กลิ่น รส เนื้อสัมผัส) และการยอมรับผลิตภัณฑ์อาหารผู้สูงอายุ และส่งเสริมงานวิจัยด้านนวัตกรรมอาหารในผู้สูงอายุออกสู่เชิงอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ภายใต้การทดสอบที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุที่รับการทดสอบโดยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 อาคารศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น
และมีการแถลงถึงการปฏิบัติงาน COVID-19 กับการประชาสัมพันธ์เชิงรุก โดย ผศ.พญ.พุดตาน วงศ์ตรีรัตนชัย ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. และนโยบายในการดูแล ในช่วง 7 วัน ระวังอันตรายช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 โดย ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มช. และเลขาธิการคณะกรรมการศูนย์ตติยภูมิอุบัติเหตุ
รพ. มหาราชนครเชียงใหม่ เผยเตรียมถึงความพร้อมในการรองรับสถานการณ์​ ฉุกเฉินต่างๆ ร่วมถึงการซักซ้อมการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ในช่วงสถานการ​โควิด 19 โดยมีห้องฉุกเฉินความดันลบ จำนวน 4 ห้อง เตรียมความพร้อมในช่วงที่โควิดระบาดเป็นต้น พร้อมได้เชิญชวนร่วมกันบริจาคโลหิต อีกด้วย.

You may also like

บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน

จำนวนผู้