กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เข้าสู่เมืองอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ โดยศึกษาบทเรียนจากทั่วโลก

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เข้าสู่เมืองอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ โดยศึกษาบทเรียนจากทั่วโลก

ร่วมขับเคลื่อนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เข้าสู่เมืองอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ โดยศึกษาบทเรียนจากทั่วโลก เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและเว็บเซอร์วิส เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

ที่โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นาย กฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการแถลงข่าวพร้อมกับนายพงษ์ศักดิ์ อริยจิตไพศาล ผู้จัดการสำนักงานสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนบน,ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเชียงใหม่พัฒนาเมืองจำกัด CMDC และดร.กรวรรณ สังขกร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้จัดประชุม “What’s next of The Smart City for Aging Tourism” ในโครงการ เมืองอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน 1 (Smart City for Aging Tourism in Upper North 1 Thailand) ในระหว่างวันที่ 5-6 ตุลาคม 2560

ดร.กรวรรณ สังขกร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการเมืองอัจฉริยะ สำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน 1 เป็นโครงการที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินการภายใต้งบประมาณ ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณพ.ศ.2560 โดยทำการศึกษาบทเรียน Smart City for Aging Tourism ของทั่วโลกและนำมาปรับใช้กับจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1

ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุพร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลและ Web Service ของระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการเส้นทางการท่องเที่ยว ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ เพื่อมุ่งประโยชน์ในด้านการพัฒนาบริการด้านการท่องเที่ยว ของกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุเทคโนโลยีสารสนเทศ และสิ่งบริการอีกครั้งเป็นการเพิ่มการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประชาชนในภาคเหนือตอนบน 1 และเพื่อให้การศึกษาสนับสนุนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มากที่สุด

ด้านดร.ณรงค์ ตนานุวัตร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เชียงใหม่พัฒนาเมือง กล่าวว่า สำหรับ เมืองอัจฉริยะหรือ Smart City เป็นหนึ่งในแนวคิดที่สามารถนำมาช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของผู้สูงอายุได้ เนื่องจาก Smart City คือ เมืองที่ได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญใน 3 องค์ประกอบหลักคือ การพัฒนารูปแบบและโครงสร้างของเมืองที่สอดรับกับแนวคิดของเมืองอัจฉริยะ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ประกอบกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ และข้อมูลมาช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรของเมือง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่นระบบบริหารจัดการเครือข่ายพลังงานอัจฉริยะที่เรียกว่า Smart Grid ระบบมิเตอร์อัตโนมัติ ระบบควบคุมการจราจรอัจฉริยะ ระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะและระบบตรวจวัดมลภาวะ เป็นต้น

“เมืองอัจฉริยะหรือ Smart City มีความสำคัญกับเชียงใหม่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะเชียงใหม่ถือเป็นอันดับ 3 ของประเทศที่มีผู้สูงอายุมาก และมีผู้มาพำนักระยะยาวหรือลองสเตย์ด้วย หากรวมกันก็อาจจะเป็นที่ 1 ของประเทศ ซึ่งการขับเคลื่อนให้เป็นเมืองอัจฉริยะหรือ Smart City ได้จะต้องเป็นเรื่องที่ใช้ชีวิตได้สะดวก สบายและปลอดภัย”นายณรงค์ กล่าว

ขณะที่นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม และภูมิอากาศดีเย็นสบาย มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย มีอัตลักษณ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของล้านนา มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์ มีประวัติศาสตร์ล้านนาอันยาวนาน จึงทำให้มีเมืองต่างๆ และแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนมากมายและยังสามารถจัดทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในแต่ละช่วงวัยได้

จังหวัดเชียงใหม่ ยังเป็นแหล่งที่ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นและชาติอื่นๆ เข้ามาพำนักระยะยาวด้วย และกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุนี่เองที่เป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ ด้านการท่องเที่ยวและเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยวได้ ซึ่งจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้เป็นอย่างดี

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ อริยะจิตไพศาล ผจก.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า โครงการที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ DEPA ให้การสนับสนุนการเป็นเมืองอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุจะทำใน 3 ส่วนคือ 1.กินดี 2.อยู่ดี 3.มีสุข ซึ่งทาง DEPA ได้นำเสนอของบประมาณจากจังหวัดคือ การ monitor ผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งจะใช้งบประมาณ  20 ล้านบาท.

You may also like

 หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เผยผลสำรวจสมาชิกฯพบยอดขายธุรกิจก้ำกึ่งระหว่างทรงตัวกับดีขึ้น แต่สภาพคล่องทางการเงินตึงตัว

จำนวนผู้