กกล.ผาเมือง ควงตำรวจ-อัยการ-หมอ แจงเหตุวิสามัญฯ”ขัยภูมิ ป่าแส” ขณะที่ กสม.รับดูคดีแล้ว

กกล.ผาเมือง ควงตำรวจ-อัยการ-หมอ แจงเหตุวิสามัญฯ”ขัยภูมิ ป่าแส” ขณะที่ กสม.รับดูคดีแล้ว

- in headline, จับกระแสสังคม

เชียงใหม่ (25 มี.ค.60) / กองกำลังผาเมือง เชิญตำรวจ-อัยการ-หมอ ร่วมแถลงชี้แจจงเหตุวิสามัย “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรมชาวลาหู่ ขณะที่ กสม.รับปากดูแลคดีเต็มที่ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานช่วงบ่ายวันที่ 25 มี.ค. ที่กองกำลังผาเมือง จ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีการแถลงข่าว กรณี ทหารร้อย ม.2 บก.ควบคุมที่ 1 ฉก.ม.5 ประจำจุดตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วิสามัญนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีพล.ต. จิรเดช กมลเพ็ชร ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง , พ.ต.อ.ธีรพล อินทรลิบ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่, พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ , นายธรรมฤทธิ์ สีตะปะดล รองอัยการ จ.เชียงใหม่ ,นายแพทย์ พงษ์ศักดิ์ โสภณ รอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ และนายเพิ่มเกียรติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.เชียงดาว เข้าร่วมพล.ต.จิรเดช กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพราะอยู่ติดชายแดน และในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านก็มีความเคลื่อนไหวของเครือข่ายยาเสพติดอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมากองกำลังกลุ่มว้าที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติด มักจะใช้อาวุธหนัก โดยเฉพาะระเบิดปาใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บมาหลายครั้ง ซึ่งกรณีของนายชัยภูมิ นั้นก็มีการพยายามใช้อาวุธต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่จนทำให้ต้องวิสามัญ ส่วนกรณีภาพกล้องวงจรปิดนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ สำหรับพลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ยังคงทำงานอยู่ในพื้นที่ไม่ได้ย้ายไปไหน แต่เป็นห้วงของการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลประจำด่านตามปกติ

พล.ต.จิรเดช ยังได้วิงวอนขอให้สังคมอย่าด่วนตัดสินว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ขอให้รอผลการสอบสวนที่ชัดเจน หรือหากมีข้อมูลหลักฐาน สามารถนำมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายด้านความคืบหน้าของคดี พ.ต.อ.ธีรพล กล่าวว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อัยการร่วมกันสืบสวนแบ่งเป็น 3 กรณี คือครอบครองยาเสพติด , ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ และเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร โดยสำนวนสืบสวนชันสูตรพลิกศพ ซึ่งยืนยันดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ขณะที่ตัวแทนโรงพยาบาลนครพิงค์ ระบุว่า ผลการชันสูตรศพเบื้องต้นพบว่ามีบาดแผลจากกระสุนปืนบริเวณแขนซ้าย กระสุนแถลบเข้าสีข้างด้านซ้ายทำให้เกิดการบาดเจ็บของปอด หัวใจ และหลอดเลือดหัวใจจนทำให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จะออกมาอีกครั้งคาดว่าจะใช้เวลาอีก 3 – 4 วันด้าน พ.ต.อ.มงคล ซึ่งรับผิดชอบการสอบสวนคดี กล่าวว่า ได้เรียกตัวเจ้าของผู้ครอบครองรถฮอนด้า แจ๊ส สีดำ ทะเบียน ขก 3774 เชียงใหม่ มาสอบปากคำแล้ว เบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถหนีไฟแนนซ์ ซึ่งเจ้าของได้ขายดาวน์ให้กับเต้นส์รถ พร้อมมอบเอกสารชุดโอนไปให้ เนื่องจากผ่อนชำระไม่ไหว แต่ปรากฎว่าเต้นส์รถไม่ได้ไปโอนและยังขายเปลี่ยนมือไปหลายทอด กระทั่งล่าสุดมาอยู่ในความครอบครองของนายชัยภูมิ และยังไม่มีการผ่อนชำระกับไฟแนนซ์ (กรุงศรีออโต้)  สำหรับกล้องวงจรปิดหากปรากฎว่าจุดเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ก็จะขอมาตรวจสอบ เพราะเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จะนำมาประกอบสำนวนคดีขณะที่นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเดินทางลงพื้นที่ อ.เชียงดาว กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่บ้านเกิดนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ เพื่อตรวจสอบกรณี นายไมตรี จำเริญสุขสกุล ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของนายชัยภูมิ ถูกข่มขู่ โดยแนะนำให้มาลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อเป็นหลักฐานไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรนาหวาย อ.เชียงดาวแล้ว

เบื้องต้นนายไมตรีได้ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสิทธิฯ ว่า หลังจากที่นายชัยภูมิเสียชีวิต คืนวันที่ 22 มีนาคม ได้ยินเสียงดังอยู่บริเวณหน้าบ้าน สักพักจึงออกไปดูก็พบกระสุนปืนวางอยู่ 1 นัด และก่อนหน้านี้มีผู้ชาย 2 คนมาที่บ้านโดยไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นใคร แต่มาบอกว่าให้หยุดเคลื่อนไหว หยุดพูดเรื่องชัยภูมิ ทำให้เกิดความกลัวเกรงว่าตัวเองไม่ปลอดภัย ส่วนคนในพื้นที่เองยังคงกลัวไม่กล้าที่จะให้ข้อมูลกับกรรมการสิทธิฯที่ลงพื้นที่ในวันนี้มากนักหลังจากนี้คณะกรรมการสิทธิฯ จะเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในกรณีเช่นนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูแลอย่างไรเพื่อไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องกับคดีเกิดความกลัว ในส่วนคดีเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการต่อไปตามพยานหลักฐานที่มี อย่างไรก็ตามในส่วนของพยานหลักฐานต่างๆ คณะกรรมการสิทธิฯ มีอำนาจในการขอดูวัตถุพยานทุกอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องรายงานผลชันสูตร กล้องวงจรปิด ซึ่งขณะนี้กรรมการสิทธิฯกำลังรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งต้องใช้เวลา โดยคดีนี้อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการสิทธิฯ แล้ว.

You may also like

ผู้ประกอบการฮาลาลกว่า 100 รายร่วมงาน Halal for​ All 2018​ ใน​ TCC​ FAIR​ 2018​ หวังกระตุ้นตลาด

จำนวนผู้